The Koreas | Diplomacy | East Asia

the division 2 skills: After the Latest Forced Labor Court Ruling, Where Do Japan-South Korea Relations Stand?

งวด 1 ธันวาคม 2560,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JTS ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 1.66 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 22.06% มูลค่าการซื้อขาย 408.23 ล้านบาท ด้านนายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เผยว่า จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE) ครั้งล่าสุด (28 ธ.ค. 2558) เห็นชอบให้มีการตอบรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในระบบ Adder อีกจำนวน 7 โครงการ รวมทั้งสิ้น 46.022 เมกะวัตต์ (MW) สะท้อนว่าภาครัฐยังให้ความสำคัญกับโครงการพลังงานทดแทน คาดว่าภาครัฐจะมีการเปิดประมูลในส่วนของพลังงานทดแทน ขนาดกำลังการผลิตรวม 46 เมกะวัตต์ ภายในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 นี้ ส่วนในปี 2559 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ต่ำกว่า 100% จากปี 2558 โดยมาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าชีวมวลต่างๆ เป็น 60 เมกะวัตต์ จากปี 2558 ที่มีกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์แนวต้าน 10 10.50 / (11) บาท ,กราฟ STPI ทั้ง day และ week ส่งสัญญาณซื้อจากระดับต่ำ เรียกว่า Rebound ก็ได้ โดยกราฟ week มีทรงเป็น V-shape มี Stoch โค้งตัวแบบ Buy signal จะทำให้ราคาหุ้นขึ้นทดสอบแนวต้านเส้น ma10 ที่ 11 บาท ถ้ายืนได้แข็งแกร่ง ไปเจอกัน 13 บาทแน่ แนะนำสะสมนายธัช กล่าวว่า บริษัทยังคงเข้าเสนองานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นโครงการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนงานภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกบริษัทได้รับงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมืออยู่ที่ 300 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ถึง 62 และบริษัทมีนโยบายรักษาระดับงานในมือไม่ให้ต่ำกว่านี้เพื่อให้เกิดการรับรู้รายได้ที่สม่ำเสมอผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 2.40 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 5.26% มูลค่าการซื้อขาย 413.07 ล้านบาท SET พรุ่งนี้รีบาวด์ต่อ จับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐฯโดยการเข้าซื้อทรัพย์สินดังกล่าว เป็นการซื้อในนามของบริษัท ซึ่งจะซื้อทรัพย์สินประเภทที่ดินจำนวน 4 โฉนด รวม 20 ไร่ 3 งาน 78.1 ตารางวา จากนางวรรณา สิทธิศิรินุกูล ในราคารวม 83.2 ล้านบาท ,ซื้อสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงงาน อาคารพักอาศัย คลังสินค้า จาก VP ในราคารวม 157.1 ล้านบาท ,ซื้อสินทรัพย์ประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ จาก VP รวม 34 รายการ ราคา 30 ล้านบาท ,ซื้อทรัพย์สินประเภทที่ดิน 1 โฉนด จำนวน 9 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวา จากนายสุวิทย์ จิระพงษ์ตระกูล ในราคา 40.2 ล้านบาท ,ซื้อทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้างจาก NT ราคา 49.7 ล้านบาท และซื้อทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ จาก NT มูลค่ารวม 17.7 ล้านบาท 5.ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. .) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. . ว่าด้วยการคำนวณมูลค่าของทรัพย์สิน ตามมาตรา 15 (3) แห่งพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ.2558 มีรายละเอียด ดังนี้ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนเปิดเผยวานนี้ว่า ทางธนาคารกลางได้ปล่อยสินเชื่อจำนวน 4.973 พันล้านหยวน (754.4 ล้านดอลลาร์) แก่ธนาคารภายในประเทศจำนวน 31 แห่งภายใต้โครงการปล่อยกู้ต่อ ณ สิ้นปี 2015 เพื่อสนับสนุนให้ธนาคารต่างๆปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW)ราคาหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB อยู่ที่ 123.50 บาท บวก 5 บาท หรือ 4.22% สูงสุด 123.50 บาท ต่ำสุด 120 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1.36 พันล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงคาดว่ามาจากประเด็นที่ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ATP30 เป็นหุ้นที่ได้รับผลประโยชน์ในเรื่อง เนื่องจากธุรกิจของบริษัทใช้รถขนส่งมากมายแนวรับ : 6.70** และ 6.55โดยกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) จ่ายปันผลในอัตรา 0.10 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นการจ่ายเป็นครั้งที่ 17 ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้จ่ายเงินปันผลแล้วเป็นจำนวน 3.6150 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จัดตั้งกองทุน 21 ตุลาคม 2547) โดยเน้นการลงทุนหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยในปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้ และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง。

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นอีก ทั้งศักยภาพการแข่งขันด้านส่งออกของประเทศคู่แข่งเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ราคาสินค้าเกษตรลดลง สหภาพยุโรป (อียู) ให้ใบเหลืองอุตสาหกรรมประมงไทย และความเสี่ยงจากการก่อการร้ายระหว่างประเทศ ส่วนปัจจัยที่เป็นโอกาสต่อการส่งออกไทย เช่น เศรษฐกิจโลกมีทิศทางฟื้นตัว โดยไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 59 จะขยายตัว 3.6% เพิ่มขึ้นจากปี 58 ที่ขยายตัว 3.1%ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในหุ้นระยะยาว ทำให้ได้ราคาต้นทุนที่ต่ำลง ดังนั้น บลจ.ไทยพาณิชย์ จึงแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเพิ่มเติม เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว พร้อมทั้งการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแนะนำซื้อเก็งกำไร รอตลาดฟื้นตัว ในหุ้นกลุ่มที่แข็งกว่าตลาด และหุ้นที่มีธีม เช่น ม.หอการค้าไทย คาดส่งออกปี 59 โต 2% ห่วงปัจจัยลบจากศก.จีนชะลอตัว,โดยธนาคารกสิกรไทยจึงเตรียมรุกตลาดบัตรเครดิตด้วยการออกแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2559 ที่จะช่วยให้ลูกค้าชอปปิ้งผ่านบัตรเครดิตอย่างมีความสุขที่สุด โดยเฉพาะการให้สิทธิพิเศษหรือ Cash Back สำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องให้แก่ลูกค้าและกระตุ้นการใช้จ่ายของลูกค้า ,ขณะที่ สิ้นวันนักลงทุนซื้อสุทธิหนาแน่นใน DW ที่อ้างอิงหุ้นขนาดใหญ่ และ SET50 Put เช่น SCC28C1603A 15.5 ล้านหน่วย DTAC28C1605A 3.1 ล้านหน่วย PTTE28C1607A 1.8 ล้านหน่วย และ S5028P1602B อีกกว่า 8.2 ล้านหน่วย เป็นต้น ทางด้านแรงขายสุทธิ นักลงทุนขาย KTB28C1603A จำนวนถึง 10.6 ล้านหน่วย นอกจากนี้ยังมีแรงขายสุทธิใน DW ตัวอื่นๆด้วยเช่นกัน ได้แก่ ADVA28C1605A และ ADVA28C1604A จำนวน 2.4 ล้านหน่วย และ 1.8 ล้านหน่วย ตามลำดับอย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับภูมิภาคดัชนี SET ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า MSCI Emerging market และมีอัตราเงินปันผลตอบแทนของ SET และ mai เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน ATP30 ปิดตลาดบวก 6.25% รับผลดีราคาน้ำมันปรับลง,อนึ่งบริษัทจะมีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2559 เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 26 ก.พ.นี้ขณะที่ยอดการนำเข้าลดลง 4% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่ร่วงลง 5.6% ในเดือนพ.ย.ทั้งนี้ จีนมียอดเกินดุลการค้าในเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้นเป็น 3.821 แสนล้านหยวน (5.79 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากระดับ 3.431 แสนล้านหยวนในเดือนพ.ย.ราคาหุ้นบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ SPORT ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 2.50บาท ลบ 0.18 บาท หรือ 6.72% สูงสุด 2.56 บาท ต่ำสุด 2.34 บาท มูลค่าการซื้อขาย 25.92 ล้านบาท,ทั้งนี้ ตลาดบ้านเราได้รับแรงซื้อกลับเข้ามาที่หุ้นขนาดใหญ่หลังจากที่ได้ปรับตัวลงไปลึกในช่วงก่อนหน้านี้ โดยมีแรงดีดกลับมาที่หุ้นในกลุ่มแบงก์ และกลุ่มสื่อสาร รวมถึงหุ้นในกลุ่มพลังงานก็มีการรีบาวด์ขึ้นด้วย ซึ่งมองว่าราคาน้ำมันไม่น่าจะลงต่ำมากแล้ว และเงินบาทแข็งค่าในวันนี้ จึงคาดว่าวันนี้นักลงทุนต่างชาติไม่น่าจะขาย นอกจากนี้ มอง Valuation ของตลาดฯยังน่าลงทุนได้อยู่ อีกทั้งเมื่อวานนี้ดัชนีฯขึ้นทะลุแนว 1,240 จุด ทำให้เกิดสัญญาณซื้อขึ้นทางเทคนิคตลาดหุ้นยุโรป SCB สนับสนุนทางการเงิน SYNEX มูลค่า 985 ลบ. ใช้ทำเทนเดอร์หุ้น TBSP ม.หอการค้าไทย คาดส่งออกปี 59 โต 2% ห่วงปัจจัยลบจากศก.จีนชะลอตัวดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ ACAP ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าของวันที่ 12 มกราคม 2559 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้รับคำชี้แจงจากบริษัทนายธัช กล่าวว่า บริษัทยังคงเข้าเสนองานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นโครงการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนงานภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกบริษัทได้รับงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมืออยู่ที่ 300 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ถึง 62 และบริษัทมีนโยบายรักษาระดับงานในมือไม่ให้ต่ำกว่านี้เพื่อให้เกิดการรับรู้รายได้ที่สม่ำเสมอ ต่อเนื่องจากรายงาน The Early Bird ช่วงเช้าวันนี้ นอกจากลุ่มธนาคาร เราคาดว่าหุ้นกลุ่มอสังหาฯ อย่าง PS QH และ SIRI จะเป็นหุ้นอีกกลุ่มที่ค่อยๆ ฟื้นตัวตามมา จากสถิติในอดีตที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.เช่นเดียวกันทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามสำหรับการลงทุนปีนี้ ได้แก่ ราคาน้ำมัน เศรษฐกิจจีน การเลือกตั้งในสหรัฐ ส่วนในยุโรปก็คงไม่พ้น Brixit และ Grexit แต่ที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ อัตราค่าแรงในสหรัฐถ้าขึ้นเร็วและแรงไปอาจเป็นผลไม่ดีกับผลประกอบการของบริษัท ถ้าอ่อนไปอาจไม่ดีกับเศรษฐกิจและเงินสะพัดโดยรวม KBANK (BUY:Consensus [email protected]): เรามองช่วงที่ผ่านมาราคาปรับลงสะท้อนผลดำเนินงานที่คาดอ่อนแอในช่วง 4Q58 จากรายการพิเศษบันทึกด้อยค่าซอฟท์แวร์ราว 2.4 พันลบ. แล้ว ขณะที่หากมองข้ามไปปี 59-60 คาดกำไรยังโต 6.5%YoY และ 17.9%YoY ตามลำดับ ตามศก. ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในช่วง 2H59 + ปัจจุบันเทรดที่ PBV 1.32x ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 52 อีกทั้งมี Upside 23% และคาดให้ Div. yield 2.8% จึงแนะนำ ซื้อ 。

The Seoul Central District Court ruling might help lower temperatures, but a political solution is needed to improve South Korea’s relations with Japan.

After the Latest Forced Labor Court Ruling, Where Do Japan-South Korea Relations Stand?
Credit: Depositphotos

Relations between South Korea and Japan have been at a nadir since 2018, when the South Korean Supreme Court ruled in two cases that workers used as forced labor by Japan during World War II were entitled to financial compensation from Mitsubishi Heavy Industries Ltd. and Nippon Steel. But a recent decision by the Seoul Central District Court on the issue of forced labor may add more confusion than clarity to an issue that has strained relations between the two countries.

The case before the Seoul Central District Court was the largest of nearly two dozen cases on the forced labor issue moving through the South Korean court system. The case involved about 85 victims and their families suing 16 Japanese firms.

Rather than ruling in the plaintiffs’ favor, as was expected based on the 2018 Supreme Court decision, the Seoul Central District Court dismissed the case and instead decided to follow the minority decision from the 2018 Supreme Court case in arguing that the 1965 Agreement on the Settlement of Problems Concerning Property and Claims and? on Economic Cooperation with Japan limited the right to sue.

The Seoul Central District Court also argued that not dismissing the case could damage South Korea’s relations with the United States if the International Court of Justice found that South Korea violated the Claims Agreement. In dismissing the case, Justice Kim Yang-ho said, “Proceeding with the case could result in breaching international law … and trigger adverse effects globally if its final ruling is forcibly implemented.”

The decision partially affirms Japan’s long-held position that the issue of compensation for forced labor (and other colonial-era abuses) was “settled completely and finally” as part of its 1965 normalization treaty with South Korea. However, the Seoul Central District Court noted, “We cannot say that an individual’s right to claims completely expired under the agreement but it is right to interpret that a South Korean national is limited in exercising it against Japan or a Japanese national.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In dismissing the plaintiffs’ case but noting that their right to compensation had not been completely resolved by the 1965 treaty, the Seoul Central District Court in essence argued that the legal path to compensation should be closed but that the political path should remain open.

In response to the decision, this is in essence what some commentators in South Korea have argued. The conservative JoongAng Ilbo, for example, has suggested that the decision has opened the door for negotiations and created an opportunity for the Moon government to test the theory of reconciling with Japan. On the other hand, the progressive Hankyoreh criticized the decision for contradicting the Supreme Court and including non-legal considerations such as the potential impact on the South Korea-U.S. alliance.

However, the plaintiffs in the case have signaled that they will appeal the decision so any political space created by the decision could be short-lived. It is rare for a lower court to contradict a Supreme Court decision and the Seoul Central District Court’s decision is likely to be reversed on appeal. Any window created by the decision for a political solution to the forced labor issue will be constrained by the speed with which the victim’s appeal is heard and the timing of decisions on the remaining cases.

Finding a political resolution, however, remains challenging as the issue of forced labor is not the only area of contention between South Korea and Japan.

Around the same time as the two Supreme Court decisions on forced labor, the South Korean government announced it would formally dissolve the Reconciliation and Healing Foundation set up under the 2015 agreement on “comfort women,” a euphemism for women forced to sexually service the Japanese military during World War II. That agreement was supposed to “finally and irreversibly” resolve the issue of Japan’s use of South Korean women as sex slaves during World War II. The decision to close the foundation established to compensate the victims was seen by Japan as undermining the agreement.

If the dispute over the comfort women had remained confined to the dissolution of Reconciliation and Healing Foundation it might have only been a momentary issue in the relationship, but the issue of the comfort women has also returned to the South Korean court system.

Earlier this year, the Seoul Central Court District ruled that Japan was liable for compensation to the comfort women and that sovereign immunity did not apply because of the “anti-humanity acts systematically planned and perpetrated by the accused.” Japan refused to accept the verdict and Prime Minister Suga Yoshihide said that “South Korea should take steps to correct violations of international law and that the ruling will never be accepted.”

A separate Seoul Central Court District decision a few months later contradicted that decision when it dismissed a case brought by a different group of comfort women. In the second case, the court argued that sovereign immunity did apply to Japan. Similar to the recent decision on forced labor, the judge in the case also considered the diplomatic implications of the case. Judge Min Seong-cheol said that “If an exception on state immunity is acknowledged, a diplomatic clash would be inevitable during the process of forcing the ruling’s implementation.”

The disputes over forced labor have also moved beyond the courtroom and diplomatic statements. Despite Japan’s denial of its linkage to the issue of forced labor, Tokyo’s decision to weaponize its economic relationship with South Korea further deepened distrust in the relationship and resulted in South Korea also removing Japan from its white list of trusted trade partners and a boycott of some Japanese consumer items by the South Korean public. South Korea also threatened to withdraw from its intelligence sharing agreement with Japan, but ultimately maintained the agreement under U.S. pressure.

Even if there was a will to improve relations South Korean President Moon Jae-in and Suga find themselves in weakened political positions. Moon’s single term presidency ends next May and his approval rating has fallen from its early pandemic highs of 70 percent to 36 percent. Suga faces similar political challenges, with elections this fall and a cabinet approval rating of 32.2 percent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Ultimately, there is unlikely to be resolution to these cases until Seoul and Tokyo reach a political decision to resolve the issue and improve relations. The Seoul Central District Court’s decision on the issue of forced labor, combined with the earlier decision on the comfort women, creates confusion in the legal process, but could also provide the political space for South Korea and Japan to engage in deeper discussions on how to improve their relations. The question is whether the two governments will take the opportunity to engage in discussions that will help to bring resolution to these issues.