Trans-Pacific View | Diplomacy | East Asia

slot tournament: How US Congress Can Help Advance North Korea Diplomacy

สลาก แบ่ง รัฐบาล 16 มิถุนายน 63, สิ่งที่รัฐบาลควรทำในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน คือ การเร่งการใช้จ่ายลงทุนในโครงการที่สำคัญๆ เช่น โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวนั้น คาดว่าจะยังชะลอตัวต่อเนื่องไปอีกประมาณ 3 ปี รัฐบาลจำเป็นจะต้องดูแลเกษตรกรที่มีรายได้น้อยจะต้องหาวิธีไม่ให้เป็นหนี้เพิ่มขึ้น แบบที่ผมเคยทำมาแล้วในโครงการอุดหนุนชาวนา 3.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งชาวนามีความพอใจที่ไม่เป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่การกระตุ้นเอสเอ็มอีนั้น เป็นการกระตุ้นที่ไม่มีผลอะไร เนื่องจากสิ่งที่เอสเอ็มอีต้องการในขณะนี้ไม่ใช่เงิน แต่เป็นคำสั่งซื้อ ซึ่งหายไปเพราะการส่งออกที่ลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวแนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า คาดว่าตลาดจะแกว่งผันผวนในช่วงก่อนผลประชุมเฟดจะออกมาในสัปดาห์หน้า ซึ่งเรื่องเรื่องของสหรัฐฯเวลานี้ถือเป็นปัจจัยหลักของตลาดฯ นอกจากนี้ทิศทางค่าเงินก็มีนัยยะในแต่ละตลาดจึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,360-1,400 จุดโดยมองแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะมีรายได้ดีกว่าครึ่งปีแรก จากไตรมาส 3/58 และไตรมาส 4/58 จะเป็นช่วงของไฮซีซั่นของธุรกิจ และตั้งเป้ารายได้ในปี 63 จะเติบโตแตะ 5,000 ล้านบาท โดยจะมาจากการขยายธุรกิจสื่อนอกบ้านทั้งในประเทศและต่างประเทศ , นิกเกอิปิดร่วง 298.52 จุด วิตกข้อมูลศก.-หุ้นจีนร่วง4.การปฎิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมทำให้เกิดความโปร่งใสต่อผู้ถือหุ้นทุกราย โดยมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการสื่อสาร และ การรับฟังความคิดเห็นของผู้ถือหุ้นนักวิเคราะห์ระบุว่า ข้อมูลข้างต้นบ่งชี้ถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและเงินฟ้อที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ขัดแย้งกันในประเด็นที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าหรือไม่ โดยเฟดกำหนดจัดประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องหนุนภาคการส่งออกในไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 ขณะที่ยังมีความคาดหวังว่าจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังจากตัวเลขนำเข้า-ส่งออกออกมาไม่ดีสลาก แบ่ง รัฐบาล 16 มิถุนายน 63, IEA คาดอุปทานน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกปี 59 ร่วง 500,000 บาร์เรล/วันทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนที่อ่อนตัวลงและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเงินเฟ้อของสหรัฐอาจจะทำให้เฟดเลื่อนเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปMACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ถึงแม้จะยอมรับว่า BOJ อาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ได้ในปีหน้าตามที่คาดไว้ โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะมีอัตราการขยายตัวที่เป็นบวกในไตรมาสสิ้นสุดเดือนก.ย. และญี่ปุ่นยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยยังคงมีแนวโน้มขยายตัวในระดับปานกลางต่อไป ทั้งนี้ GDP ของญี่ปุ่นหดตัวลง 1.2% ในไตรมาส 2 ขณะที่ตลาดวิตกว่า GDP จะติดลบในไตรมาส 3 ซึ่งจะเป็นการหดตัวลง 2 ไตรมาสติดกัน และมักมีการประเมินว่าภาวะดังกล่าวหมายถึงการเข้าสู่ภาวะถดถอย กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลเสถียรภาพภายนอกประเทศ ควบคู่กับการรอติดตามจังหวะและการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมเฟดในวันที่ 16-17 กันยายนนี้ เอกสารเผยแพร่ระบุ เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้เข้าคำนวณดัชนี FTSE Asia ex Japan Small cap ในรอบนี้ โดยจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 18 ก.ย.ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2551 จาก 5.3% ในเดือนกรกฎาคม โดยก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 220,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม และอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ 5.2%ขณะเดียวกันกระทรวงแรงงานสหรัฐได้ทบทวนตัวเลขการจ้างงานในเดือนมิ.ย. โดยปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 245,000 ตำแหน่งจากที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ว่าเพิ่มขึ้น 231,000 ตำแหน่ง ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่กว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ 1 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ และตัวแปรที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งที่กดดันคือ ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าบางรายได้รับการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่เรียกว่า ไฟนีออน เชื่อมั่นว่าจะสามารถปรับตัวได้ทันกับสถานการณ์ นางเกษรากล่าว,ขณะที่ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโซลาร์รูฟท็อปที่ติดตั้งบนหลังคาโกดังของบริษัทที่สุขุมวิท ไปแล้ว โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 750 กิโลวัตต์ ซึ่งจะทำให้ปีนี้จะรับรู้รายได้จากการขายไฟจากโครงการดังกล่าวเข้ามาประมาณ 3.5 ล้านบาท และในปี 2559 จะรับรู้เต็มปีเป็นจำนวน 7 ล้านบาท สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัทในปี 2558 จะมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 85% รายได้ค่าเช่า 10% และรายได้โครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 5%ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 120.68 เยน จาก 120.56 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9716 ฟรังก์ จาก 0.9745 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7085 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7017 ดอลลาร์ ดอลลาร์ปรับตัวลง เนื่องจากสหรัฐมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ปรับตัวแตกต่างกัน ซึ่งทำให้ยากที่จะประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดสำหรับ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) คือ ดัชนีวัดความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยพิจารณาครอบคลุมประสิทธิภาพการบริหารจัดการของธุรกิจใน 3 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในแต่ละปีจะมีการคัดเลือกบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่กว่า 3,000 แห่งทั่วโลก จาก 59 อุตสาหกรรม ได้รับเชิญให้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินผลความยั่งยืนจากวิธีการดำเนินธุรกิจ ผ่าน 3 มิติ ดังกล่าว และนำไปจัดอันดับกับบริษัทอื่นๆในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยแต่ละปีบริษัทที่ได้คะแนนสูงสุด 10% แรกของแต่ละอุตสาหกรรมจะได้รับการประกาศรายชื่ออยู่ใน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI),ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 1,947.65 จุด เพิ่มขึ้น 6.28 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 2,887.41 จุด ลดลง 0.62 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,605.14 จุด เพิ่มขึ้น 1.54 จุด PTTGC ติดอัดดับ Top 10 ของ DJSI กลุ่มเคมีภัณฑ์ 3 ปีซ้อน。

ราคาปิด 1.91 แนวรับ 1.87-1.82 แนวต้าน 2-2.06 , 2.12-2.14 SET ปิดเช้าบวก 5.32 จุด JAS ซื้อ-ขายสูงสุด 3.25 พันลบ.คำค้นหม่อมอุ๋ย บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320บัดนี้ได้ครบกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการอนุมัติแล้ว บริษัทระบุว่า บริษัทไม่ได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนดังกล่าว เนื่องจากหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในหารปรับปรุงโรงงาน ซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ และวัตถุดิบมาทดแทนของเก่าที่เสียหาย ดังนั้นบริษัทจึงประกาศสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินดังกล่าว ราคาปิด 7 แนวรับ 6.90-6.80 , 6.70-6.6 แนวต้าน 7.10-7.20 SET ปิดเช้าบวก 5.32 จุด JAS ซื้อ-ขายสูงสุด 3.25 พันลบ.ระยะสั้นปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจะเป็นสัญญาณชี้การแกว่งตัวแท่งเทียน ที่ไม่สร้างจุดต่ำใหม่กว่า และมีโอกาสที่จะทดสอบผ่านแนวต้าน SMA 200 วันและจุดสูงเดิม 5.45-5.50 เป็นสัญญาณซื้อรูปแบบตัว N ขาขึ้น การปรับตัวเน้นยืนแนวรับ 5.10 ได้เท่านั้น (ต่ำกว่ารอรอบใหม่)สำหรับปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ทำให้ประเมินว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบหน้านี้ ปัจจัยแรก การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มเติมในระยะนี้ อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินบาท รวมทั้งสร้างความผันผวนแก่ตลาดการเงินเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงมองว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลเสถียรภาพภายนอกประเทศ ควบคู่กับการรอติดตามจังหวะและการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมเฟดในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้, การขึ้นต่อยังถูกจำกัดด้วยประเด็นดอกเบี้ยของ Fed ให้ระวังแรงขายท้ายชั่วโมง แม้โมเมนตัมของ SET Index ยังดูดีและมีโอกาสปรับขึ้นต่อในภาคบ่าย แต่คาด upside จะมีจำกัดมากยิ่งขึ้น จากความกังวลเรื่องการประชุมของ Fed ในวันที่ 16-17 ก.ย. (มีแนวโน้มว่า Fed อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้) นอกจากนี้ เราอยากให้นักลงทุนระวังแรงขายจาก 1) กลุ่มนักลงทุนที่ซื้อขายเพื่อบริษัทหลักทรัพย์ (Prop Trade) ที่อาจมีแรงขายต่อเนื่องจากวานนี้ และ 2) กลุ่มนักลงทุนสถาบัน หลังซื้อสุทธิมาต่อเนื่องและกองทุนทริกเกอร์ฟันด์บางกองเริ่มถึงเป้าหมายปิดกองทุนขณะที่ หุ้นเทเลนอร์ร่วงลง ภายหลังจากที่มีการยกเลิกแผนการควบรวมกิจการ, เงินบาทอ่อนค่าตามภูมิภาค ขณะตลาดจับตาสัญญาณเฟดสัปดาห์หน้า、all io games、SET50 900 906 , ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากผลสำรวจภาวะการครองชีพของภาคครัวเรือนในเดือน ส.ค.58 พบว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) ยังคงอยู่ที่ 43.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี เท่ากับเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าสภาพแวดล้อมของครัวเรือนในระหว่างเดือนยังคงได้รับแรงกดดันจากหลายด้าน แต่ดัชนีการคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า เริ่มขยับขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ มาที่ระดับ 46.0 จากระดับ 45.0 ในเดือนก่อน เป็นสัญญาณว่าครัวเรือนบางส่วนน่าจะเริ่มคลายความกังวลต่อภาวะการครองชีพในอนาคตลงบ้างบางส่วนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAOIL ณ เวลา 16.07 น.อยู่ที่ 7.85 บาท บวก 1.65 บาท หรือ 26.61% มูลค่าการซื้อขาย 158.71 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 6.30 บาท ต่ำสุดที่ 6.25 บาท สูงสุดที่ 7.95 บาท SET เปิดเช้าพุ่ง 5 จุด ยืนเหนือ 1,400 จุดสำเร็จทั้งนี้ ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ตาม PDP2015 ประเทศไทยมีเป้าหมายลดคาร์บอนไดออกไซด์ในการผลิตไฟฟ้าร้อยละ 37 จาก 0.506 กิโลกรัมต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย ในปี 2556 เหลือ 0.319 กิโลกรัมต่อ 1 หน่วย ในปี 2579 ด้วยการดำเนินงานทั้งด้านการอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาพลังงานทดแทน และการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าหลักซึ่งใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน เป็นโรงไฟฟ้าฐาน โดยมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น ลม แสงอาทิตย์ และชีวมวล เป็นพลังงานเสริม ซึ่งตามแผน PDP2015 ประเทศไทยจะมีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินร้อยละ 20 25 ในปี 2579 เพื่อให้มีการกระจายการใช้เชื้อเพลิงที่สมดุล มีเสถียรภาพในระยะยาว และมีราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ BANPU บวกกว่า 5% อัพไซด์เกิน 30% เล็งมีมูลค่าเพิ่มจาก BPP ขาย IPO,แนวต้าน : 10.40 และ 10.50สำหรับสายการบินสัญชาติไทยที่ทำการบินไปยังยุโรปคือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อมอยู่แล้ว โดยปกติสายการบินไทยเมื่อบินไปยังยุโรป จะมีการตรวจสอบระดับลานจอด (Ramp Inspection) อยู่แล้ว จึงเชื่อมั่นว่าการบินไทยจะมีความพร้อมและไม่เกิดปัญหาแต่อย่างใดโดยถึงแม้ความต้องการเชื้อเพลิงในปีนี้จะแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 แต่สต็อกน้ำมันในประเทศพัฒนาแล้วซึ่งอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์จะยังไม่ปรับตัวลงจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปีหน้านอกจากนี้บริษัทฯมองอุตสาหกรรมภาพรวมในปีนี้มีการเติบโตมากขึ้นกว่าปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีผลกระทบในเรื่องของการเมืองและเศรษฐกิจ โดยบริษัทฯยืนยันว่าจะมีการเติบโตได้มากกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน และไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจทีชะลอตัวมากนัก เนื่องด้วยบริษัทฯมีการป้องการความเสี่ยง โดยจะมีการเซ็นสัญญางานระยะยาวที่มีอายุเฉลี่ย 9-10 ปี ประกอบกับปัจจุบันมีสัญญางานมากกว่า 150 สัญญา ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง。

U.S. legislators have a long and storied history of meeting North Korean leaders. Time to dust off that legacy.

How US Congress Can Help Advance North Korea Diplomacy
Credit: Wikimedia Commons/ Kmccoy

June 12?marks?the third anniversary of the Singapore Summit, where Donald Trump became the first sitting U.S. president to meet face-to-face with the leader of North Korea. Yet nearly four decades before Trump and Kim Jong Un met, it was a member of the legislative branch who?made history?as the first sitting U.S. official to visit North Korea and meet with a North Korean leader.

In 1980, Congressman Stephen Solarz from New York met with President Kim Il Sung in North Korea. Kim greeted Solarz by?stating,?“There is a Korean proverb that beginning is half done. You are the first American politician to visit our country and we feel that you will break the ice.”

When?responding?to Kim, Solarz presciently anticipated the immense challenges ahead to overcome decades of mistrust between the United States and North Korea: “Listening to that proverb, I’m reminded of something Winston Churchill said during World War II after the battle of El Alemain: ‘This is not the end. It is not even the beginning of the end. But it may, perhaps, be the end of the beginning.’”

Solarz’s visit to North Korea paved the way for dozens of members of Congress and Congressional staff to?travel?to North Korea in subsequent decades. Those delegations built needed knowledge in the legislative branch about a country that has been one of the most vexing issues in U.S. foreign policy for decades. Given their limited nature and time on the ground in North Korea, these trips by no means provided a policy panacea. Yet they did offer an opportunity for policymakers on the Hill to learn more about North Korea directly, help members of Congress better exercise their oversight functions, and build relationships with North Korean officials that may help gauge their intentions.

However, the number of sitting members of Congress who visited North Korea outside of short visits to the Demilitarized Zone from South Korea is at its lowest number in over two decades. The 116th?Congress counted four members who visited:?Eliot Engel,?Nancy Pelosi,?Pat Roberts,?and Joe Wilson. In the 117th?Congress, only Pelosi and Wilson remain. One unsuccessful candidate for the 117th?Congress,?Rick Saccone, also spent time in North Korea, though it became a liability on the campaign trail amid allegations he overstated the nature of his experiences there.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Encouraging key Congressional leaders to engage directly with North Korean officials and gain firsthand experience about North Korea can be one facet of a successful strategy following the completion of the Biden administration’s North Korea policy review. While Congressional delegations and staff delegations to North Korea might not be immediately possible?given COVID-related travel restrictions and other restrictions put in place by the U.S. Department of State, laying the groundwork for principled and effective direct engagement now may pay dividends later.

This is critical given that the last?publicly disclosed?visit of a sitting member of the 117th?Congress to North Korea was Wilson’s trip in 2003. Much has changed in North Korea in the nearly two decades that have passed; Wilson’s visit took place over eight years before Kim Jong Un?became leader?of the country and over three years before North Korea’s first nuclear weapons?test.

By successfully making Congress a partner in the administration’s North Korea policy, the administration may also help to build trust as well as confidence with the North Koreans that agreements reached in any future negotiations would be sustainable. The North Koreans surely observed Trump’s?withdrawal?from the Joint Comprehensive Plan of Action (commonly known as the Iran nuclear deal), among other?deals, and they are also acutely?aware?of the fate of Libya’s Muammar Gaddafi, who agreed to give up his weapons of mass destruction program. Demonstrating that agreements are not just subject to the whims of the individual occupying the Oval Office will go a long way in engendering trust and confidence with any negotiating partner. Engaging and empowering Congress can be a step toward this.

In October 2003 as ranking member of the Senate Committee on Foreign Relations, then-Senator Joe Biden?spoke?about the divisions within the Bush administration on North Korea policy: “[I]t seems to me there should be one voice and one policy coming out of the administration. Prospects for diplomatic solutions are in direct proportion to one voice.” That need to speak with one voice applies to Congress as well. Despite the current political polarization in Congress, some members?recognize?that North Korea policy still is an area in which bipartisan alignment is possible. The Biden administration will need to be proactive about engaging Congress and encouraging Congress to exercise its oversight role, areas on which the Trump administration sometimes?drew criticism?during its attempts to engage North Korea.

Biden and Vice President Kamala Harris have roughly four decades of?combined experience?serving in the United States Senate. That experience comes with extensive personal relationships and a deep understanding of Congress’ oversight role. Both should be leveraged when attempting to align the executive and legislative branches to speak with one voice on this most vexing of foreign policy challenges. Doing so effectively could be one step toward crafting policy that will keep Americans safe, promote peace and prosperity in Northeast Asia, and improve the lives of ordinary North Koreans.