Trans-Pacific View | Politics

สูตร นับ สล็อต: The US Consensus on China Is Just a Mirage

หวยรัฐบาล61,ขณะเดียวบริษัทได้ยื่นประมูลงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มูลค่า 2-3 พันล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ผลการประมูลภายในช่วงปี 59 ซึ่งบริษัทคาดหวังจะได้รับงานมากกว่า 60% นอกจากนี้บริษัทมีความพร้อมในการรับงานต่อจากผู้ประมูลด้านขนส่งมวลชนโทรคมนาคม DATA Center จะช่วงเพิ่มมูลค่างานในมือมากขึ้น สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,686.38 ลบ.(SET+MAI) เราไม่มีความต้องการที่จะทำสงครามกับตุรกี นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศของรัสเซียกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของประธานาธิบดีเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกันของตุรกี ที่ว่า ตุรกีไม่ต้องการให้มีความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นกับรัสเซีย,อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยกังวลเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังกดดันอยู่ เพราะหากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวดีอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและความเชื่อมันในประเทศได้ด้วย แม้ว่าในปัจจุบันรัฐบาลจะพยายามผลักดันโครงการต่างๆเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาแข็งแกร่งก็ตามทั้งนี้นอกจากลงทุนในโครงการเดอะ มาร์เก็ต บาย แพลทินัมแล้ว บริษัทยังจะมีการลงทุนในโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ตและโรงแรมโรงแรมฮอลิเดย์ รีสอร์ท ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 63 ซึ่งจะทำให้ภาพในอนาคตธุรกิจของบริษัทฯไม่เกิน 3 ปีจะยกระดับกลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ได้ความเห็น: ราคาหุ้นมีโอกาสรับขึ้นในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวต้านและแนวรับ จุด stop loss หากต่ำกว่า 1.06 บาททั้งนี้ ประเมินว่าการเติบโตของผลการดำเนินงานในปีนี้ มีปัจจัยมาจากการรุกขยายธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับอุตสาหกรรม (iCNG) เพื่อป้อนให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ตามแนวนอกท่อก๊าซหลักของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ซึ่งมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด หลังจากได้เริ่มขยายธุรกิจดังกล่าวเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ โดยภายในสิ้นปี 58 จะมีปริมาณการขนส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เฉลี่ยวันละ 3,500-4,000 ล้านบีทียูส่วนข้อมูลการซื้อขาย DW28 พบว่านักลงทุนซื้อสุทธิ SET50 Call DW หลังการร่วงลงของดัชนี นำโดย S5028C1512A 11.1 ล้านหน่วย นอกจากนั้นเป็น Call DW บนหุ้นไอซีที เช่น TRUE28C1601A และ ADVA28C1602A ส่วนแรงขายสุทธิ นำโดย SET50 Put DW เช่น S5028P1512A และรวมทั้ง Call DW บนหุ้นที่เคยปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ เช่น ITD28C1602A PTTE28C1602A เป็นต้น,ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่ายอดขายบ้านมีแนวโน้มทำสถิติพุ่งขึ้นมากที่สุดในปีนี้ นับตั้งแต่ปี 2007 โดยกระทรวงระบุว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 10.7% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 495,000 ยูนิต STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 3.56 ลงไป。 ASEFA ปิดตลาดบวกเกือบ 5% โบรกฯ มองพื้นฐานแกร่ง6.90 7.20PE ราคาปิด 1.11 แนวรับ 1.09 แนวต้าน 1.25 จากการสำรวจในเบื้องต้นจะเห็นได้ว่าความต้องการหุ้น อมตะ วีเอ็น มีเข้ามาเยอะ ซึ่งคาดว่าความต้องการจะมีเกินจำนวนที่จะขายได้อยู่เหมือนกัน ที่ปรึกษาทางการเงินกล่าว, จากการสำรวจในเบื้องต้นจะเห็นได้ว่าความต้องการหุ้น อมตะ วีเอ็น มีเข้ามาเยอะ ซึ่งคาดว่าความต้องการจะมีเกินจำนวนที่จะขายได้อยู่เหมือนกัน ที่ปรึกษาทางการเงินกล่าวโดยหลังจากนี้ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จะสามารถประกอบกิจการโทรคมนาคมได้ทันที ซึ่งคาดว่า ผู้ประกอบการจะสามารถจะเปิดให้บริการได้ภายปีนี้ช่วงบ่าย: คาดแกว่งบริเวณ 1,380-1,390 จุด ส่วนภาพรวมยังให้ติดตามบริเวณ 1,375 จุด หากไม่ต่ำกว่ามอง SET อยู่ในทางฟื้นตัวได้อยู่ โดยแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,386-1,392 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น ส่วนในทางกลับกัน หากต่ำกว่า 1,375 จุด จะกลับมาเป็นสัญญาณลบ และจะลงไปหา 1,360 จุด กลยุทธ์ การเก็งกำไร เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง โดยหากต่ำกว่า 1,375 จุด เป็นสัญญาณขายลดพอร์ต ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ ASEFA (รับ 5.75 ต้าน 6.20 cut 5.60) และ WINNER (รับ 2.88 ต้าน 3.10 Cut 2.80) กลยุทธ์ที่แนะนำ: ช่วงบ่าย คาดฟื้นตัวต่อ จากปลายตลาดภาคเช้า อย่างไรก็ตาม มองกรอบบนถูกจำกัดที่ 1,380-1,390 จุด และหลังจากนั้นให้ระวังการอ่อนตัวอีกครั้ง โดยหลุดต่ำกว่า 1,373 จุด จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,360 จุด กลยุทธ์ การรีบาวด์ใช้เป็นจังหวะปรับพอร์ต สำหรับผู้ที่ขายไม่ทัน หรือมีหุ้นอยู่ในมือเยอะ ส่วนการเก็งกำไร เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง และควรเล่นสั้นๆ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ BMCL (รับ 2.02 ต้าน 2.20 cut 1.97) และ WICE (รับ 3.06 ต้าน 3.26 Cut 2.96)นอกจากประเด็นเรื่องการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ของบริษัท ทรู มูฟ เอชฯ แล้ว ในการชำระเงินประมูลงวดที่หนึ่งดังกล่าว บริษัท ทรู มูฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ยังได้มีคำขอให้ กทค. พิจารณาทบทวนคำสั่งสิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 MHz ตามที่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ว่า กทค. ได้มีมติให้สิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่น 1800 MHz ที่ได้ให้บริการในช่วงระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ โดยให้มีผลนับตั้งแต่เวลา 00.00.01 น. ของวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไป โดยบริษัท ทรู มูฟฯ อ้างว่า การสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการตามกำหนดดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริษัทไม่สามารถแจ้งและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบอย่างทั่วถึงได้ทัน จึงต้องการให้ กทค. มีมติชะลอการสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการออกไปก่อน。

อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการซื้อขายก่อนที่จะถึงวันหยุดเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ทั้งนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดทำการในวันพฤหัสบดีที่ 26 พ.ย. เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า และจะกลับมาเปิดทำการซื้อขายตามปกติในวันศุกร์ที่ 27 พ.ย.โดยดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.4% แตะ 134.37 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว, SET ปิดลบ 3 จุด JAS ซื้อ-ขายสูงสุด 1.59 พันลบ. S ร่วงแรงกว่า 6% โบรกฯ แนะขาย มองราคาหุ้นปรับตัวขึ้นถึงจุดที่มีความเสี่ยงณ วันที่ 30 มิ.ย.58 ผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของบริษัท คือ กลุ่มอมตะ ถือหุ้น 681,714,580 หุ้น หรือคิดเป็น 88.89% หลังเสนอขายหุ้นในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 72.91% A คาดกำไรปี 58-59 นิวไฮต่อตามรายได้ ตั้งเป้ารายได้ปี 60 แตะ 1 หมื่นลบ. ,โดย TSE ได้ยื่นขอใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าในโครงการดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานราชการและสหกรณ์จำนวน 14 โครงการ รวม 70 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นพื้นที่บริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก ส่วนสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนักวิเคราะห์คาดกันว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะพิจารณามาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมเดือนหน้า หลังจากที่นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB ได้กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ECB จะดำเนินการในสิ่งที่จำเป็น เพื่อที่จะกระตุ้นเงินเฟ้อ หากพิจารณาแล้วเห็นว่า นโยบายของ ECB ยังไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้ในปัจจุบัน ธุรกิจมีการแข่งขันสูงมาก การร่วมมือกันทางธุรกิจ (Collaboration) จะทำให้ความสามารถในการรับมือกับสภาวะการแข่งขันสูงได้ดี และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จาการที่ Mc Group ได้จับมือกับบมจ.ปตท. (PTT) ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก เพื่อเปิดธุรกิจสินค้า Life Style ภายใต้แบรนด์ แมค แมค (mc mc) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าของ ปตท. ที่มีทั้งคนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นๆ และคนที่เดินทางท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนที่ชื่นชอบเมืองไทย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี นโยบายเพิ่มเติมคือจะเน้นเครื่องแต่งกายท่อนบนมากขึ้นอันได้แก่ เสื้อเชิ้ต เสื้อทีเชิ้ต แจ็คเก็ต ทั้งชายและหญิงสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 3.8 ดอลลาร์ หรือ 0.35% ปิด (25 พ.ย.) ที่ระดับ 1,070.00 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 0.1เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 14.158 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 2.2 ดอลลาร์ หรือ 0.26% ปิดที่ 843.90 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 2.20 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 843.90 ดอลลาร์/ออนซ์,ภาพราย 240 นาที : รอบเช้า ราคาดีดตัวกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 2 บาทได้ แท่งเทียนเกิดรูปแบบ Hammer เป็นสัญญาณบวก เร่งการข้ามผ่านแนวต้านย่อยที่ 2.02 บาท,ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังไม่มีการเติบโตมากนัก เนื่องจากมองว่าตลาดอาจจะยังไม่ฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจน อีกทั้งธนาคารพยายามกระจายสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อแต่ละประเภท เพื่อกระจายความเสี่ยงออกไป ซึ่งในส่วนของสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์นั้นวางแผนที่จะลดสัดส่วนพอร์ตให้เหลือต่ำกว่า 50% ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันมีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อยู่ที่ 67%โดยในไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทยังได้ขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ โดยได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานตรวจเช็คคุณภาพถังก๊าซ NGV ที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าและผู้ประกอบการรถขนส่งก๊าซ NGV ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 คันและรถที่ใช้ก๊าซ NGV ในประเทศไทยกว่า 700,000 คัน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีโรงงานตรวจเช็คคุณภาพถังก๊าซ NGV ให้ได้มาตรฐานตามข้อบังคับมาตรฐานโลก ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งล่าสุด ปตท. ได้ตกลงให้ SCN ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพถังก๊าซ NGV ลอตแรกจำนวน 70 หางรถบรรทุก ทำรายได้ให้แก่ SCN ประมาณ 15 ล้านบาท KKP ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปี 59 โต 5-7% ลดพอร์ตสินเชื่อรถต่ำกว่า 50% ใน 3 ปีสำหรับการขายหุ้นให้แก่บริษัทอื่น เข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมทุน ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 2 บริษัท โดยได้มีการเปิดเผยกับนักลงทุนว่าเป็น บมจ.บางจากปิโตรเลียม (BCP) และบมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงเดือนม.ค-ก.พ.59 มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินมาขยายโครงการต่อเนื่องในอนาคต ขณะที่ก็มองว่าพันธมิตรที่จะเข้ามาถือหุ้น ถือว่าที่มีศักยภาพในการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์อย่างมาก อีกทั้งในปี 59 บริษัทฯ มีแผนที่จะรวมพาร์ จากปัจุบันราคาพาร์อยู่ที่ 0.01 บาทต่อหุ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าหุ้น โดยจะมีการพิจารณาหลังการประชุมผู้ถือหุ้น ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 ธ.ค .58 แนวรับ 883*, 880      แนวต้าน 891*, 895 ซายูริ ชิราอิ สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ชี้ว่ามีความเสี่ยงต่ำที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะเผชิญกับภาวะเงินฝืดอีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในขณะนี้โดยในไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทยังได้ขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ โดยได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานตรวจเช็คคุณภาพถังก๊าซ NGV ที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าและผู้ประกอบการรถขนส่งก๊าซ NGV ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 คันและรถที่ใช้ก๊าซ NGV ในประเทศไทยกว่า 700,000 คัน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีโรงงานตรวจเช็คคุณภาพถังก๊าซ NGV ให้ได้มาตรฐานตามข้อบังคับมาตรฐานโลก ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งล่าสุด ปตท. ได้ตกลงให้ SCN ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพถังก๊าซ NGV ลอตแรกจำนวน 70 หางรถบรรทุก ทำรายได้ให้แก่ SCN ประมาณ 15 ล้านบาทIRCเข้าซื้อเมื่อทะลุ 21.70 บาท เป้าหมาย 24.60 บาทแมคควอรี DW28 กล่าวว่า นักลงทุนยังคงให้ความสนใจ DW บนหุ้นกลุ่มสื่อสารหนาแน่น หลังหุ้นอ้างอิงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง DW28 ที่เกี่ยวข้องได้แก่ ADVA28C1602A -12.5% เทียบหุ้นอ้างอิง -1.5% ขณะที่ ADVA28P1604A +5.7% JAS28C1602B -5.9% เทียบหุ้นอ้างอิง -2.0% INTU28C1602A -20.0% เทียบหุ้นอ้างอิง -1.8% ,ขณะที่ปัจจุบันมีมูลค่าโครงการคอนมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอน (สต๊อก) มูลค่า 4.8 พันล้านบาท โดยเป็นโครงการคอนมิเนียมที่อ่อนนุช, บางนา และอโศก-ดินแดง โดยจะมีการทยอยโอนในช่วงที่เหลือของปีนี้ 80 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยโอนในปี 59 และส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของโครงการคอนโดมิเนียมในปีหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% จากปีนี้ 20% ส่วนสัดส่วนรายได้โครงการแนวราบจะอยู่ที่ 70% ในปี 59 จากปีนี้ที่ 80% อีกทั้งบริษัทยังมีสต๊อกของโครงการแนวราบอีกราว 1 หมื่นล้านบาทปัจจุบัน บริษัทฯ มีจุดประมูลรถทั่วประเทศไทยทั้งสิ้น 14 แห่ง ครอบคลุมทั่วภูมิภาคของประเทศ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ สถานที่จัดประมูลประจำ ในพื้นที่ในกรุงเทพและปริมณฑลมีจำนวน 2 แห่ง คือ สำนักงานใหญ่ :ซอย สหการประมูล แยกเหม่งจ๋าย เป็นพื้นที่จัดประมูลรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ และ สาขารังสิต(คลอง8) จะเป็นพื้นที่จัดประมูลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รถขับเคลื่อนไม่ได้ รถซาก รถเพื่อการเกษตร รถบรรทุก ศูนย์ประมูลสัญจร บริษัทฯ มีการจัดประมูลสัญจรตามภูมิภาคต่างๆ โดยเน้นพื้นที่ซึ่งเป็นจังหวัดหลักของแต่ละภูมิภาค ซึ่งบริษัทฯ มีพื้นที่จัดเก็บรถยนต์อยู่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเคลื่อนย้ายรถยนต์ โดยจะมีการกำหนดแผนการประมูลล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ มีการจัดการประมูลสัญจร รถยนต์เฉลี่ยประมาณ 35 ครั้งต่อเดือน ในพื้นที่ต่างๆ?ทั้งนี้ การพัฒนายานยนต์และพลังงานทางเลือกในระบบโลจิสติกส์จะส่งผลให้ประสิทธิภาพด้านการจัดการต้นทุนดีขึ้น อาทิ ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ค่าเชื้อเพลิง ต่างๆ แล้วยังเป็นการลดมลภาวะบนท้องถนนอีกด้วยJMART ราคาหุ้นเจ ปรับตัวลดลงแล้วก็แปลกใจ เพราะว่าผลประกอบการที่ประกาศออกมานั้นถือว่าดีมากๆ โดยกำไรโต 61% จากปีก่อน ขณะที่ผลรวม 9 เดือน แม้จะลดลงจากปีก่อน ก็แค่ 8% ถือว่ารับได้ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ขณะที่คู่แข่งผลประกอบการถอยกันหลุดลุ่ย จะยังไงก็ตามยอดขายโทรศัพท์เติบโตดี ยอดขายอุปกรณ์ต่างๆ ก็ยังขยายตัวเด่น ความได้เปรียบเชิงร้านค้าทำให้ JMART ค่อนข้างสดใสราคาหุ้น บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) หรือ EFORL ปิดตลาดวันนี้ราคาอยู่ที่ 0.87 บาท ลบ 0.06 บาท หรือ 6.45% สูงสุดที่ 0.94 บาท ต่ำสุดที่ 0.85 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 100.94 ล้านบาท โดยราคาหุ้น EFORL ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ 0.83 บาท เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.57。

Anyone hoping that U.S. China policy will avoid the pitfalls of growing political polarization is going to be disappointed.

The US Consensus on China Is Just a Mirage
Credit: Depositphotos

It’s been assumed that Washington, D.C. has finally reached a consensus on China and any suggestion that differences may persist is gently chided. U.S. relations with China are described as the “last bipartisan issue in Washington,” and there’s some evidence of that. Republican Senator John Barrasso said that China is an “enduring strategic threat to us” and emphasized that “[i]t’s important to speak with a unified voice.” Democratic Senator Tim Kaine said that “even if we had criticisms occasionally about Trump’s strategy on China, we didn’t criticize his motive. We thought, ‘He sees the challenge the right way.’” The U.S. public seems to be on board too, with the Pew Research Center reporting large bipartisan majorities of Americans in support of promoting human rights in China.

It’s not hard to see why either – China gives Americans the foreign adversary that they love to pit themselves against and provides a foolproof argument for stimulating domestic industry. China’s economic practices are problematic, its military posturing directly threatens U.S. allies, and reports of its human rights abuses are abhorrent. In other words, there’s something for everyone to dislike.

The problem is it won’t last. Nature abhors a vacuum; U.S. politics abhors consensus. As long as political incentives lead parties to differentiate themselves and exploit divisions to play to political bases, then any consensus will be superficial and fleeting. In fact, anyone hoping that exploiting a threat from China will bring Americans together is going to be disappointed – research has shown that external threats have almost no bearing on domestic polarization.

Just because there’s superficial consensus for now doesn’t mean the parties are identical, either. Meaningful differences exist between the parties – basically Republicans prefer military spending and Democrats prefer industrial policy, though that’s a crude oversimplification. But under conditions of polarization, what those differences are is less important than the fact that differences exist. In polarized politics, bipartisanship is a practical consideration rather than a value of its own. Once practical considerations change, the need for bipartisanship evaporates.

For one thing, political science research has shown that bipartisanship is an electoral strategy that works best when politicians want to secure the support of voters outside of their party, the proverbial swing voters – in other words, bipartisanship is not a natural condition but only possible when incentives permit it. During the Cold War, this helped enable the liberal internationalist coalitions that defined much of U.S. strategy toward the Soviet Union. But with the incentives for bipartisanship removed – and when incentives steer parties toward emphasizing differences – then it’s harder to see how a new “Cold War consensus” could emerge. As researchers Robert Shapiro and Yaeli Bloch-Elkon wrote in 2008, “differences between Democrats and Republicans, and liberals and conservatives, have been as high as 70 percentage points. By comparison, partisan differences did not reach more than 20 points during the Korean War.” In fact, foreign policy could even act as a wedge issue deliberately intended to divide voters by appealing to core constituencies and peeling away swing voters.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It’s not hard to see how this could apply to U.S. policy toward China (and already has). Indeed, the fissures are already there to be exploited. Senate Minority Leader Mitch McConnell has already warned Democrats against putting government programs under the umbrella of “China policy.” Lines of attack against Biden have been opened from the left, not only from overtly socialist outlets like Jacobin but also from more mainstream outlets like The Progressive and The Nation, as well as members of Congress. Differences can emerge among voters too – in the Pew Research poll mentioned above, Republicans support limiting China’s power and growth more than Democrats by an almost 2:1 margin. In fact, Republicans and Democrats are inversed in terms of whether they prefer the promotion of human rights or preventing China’s rise.

Obviously, it’s often healthy to avoid consensus. Rather than being an intrinsic good unto itself, the value of consensus is the political space it makes available for constructive decision making. One of the reasons the United States found itself engaged in Afghanistan and Iraq for so long was because critical perspectives were marginalized in deference to a consensus that was based on faulty grounds. Some of the pushback against deepening confrontation with China is well-intentioned and thoughtful, relating to concern over what it may mean for military spending relative to other priorities, concern that the threat is exaggerated, or that it may limit the possibilities for cooperation in areas of common concern such as climate change.

The first problem isn’t that there’s something wrong with new and different ideas, it’s the question of what happens when it’s time to arbitrate among those different perspectives in order to actually move policy. This is especially challenging in intraparty disputes when political allies want input over the policy process and effectively circumscribe the options available to Biden. For example, the Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership (formerly just the TPP) is a massive agreement that meaningfully contributes to economic growth in the Asia-Pacific and sets a high standard for economic rules and norms, which will go a long way toward determining the geopolitical shape of the Asia-Pacific, but U.S. participation is a nonstarter given ratification is almost completely nonviable politically. If the United States maintains a light economic foothold in East Asia because executive orders and enforcement are the only practical steps the Biden administration can take, it ultimately won’t advance U.S. goals of setting rules and connecting markets.

Then there’s the other, bigger, and distinctly modern American problem of what to do when critics are opening lines of attack just for the sake of it and using distinction to create difference. It’s one thing to be an arbitrator in a marketplace of ideas, but a much different thing to do that when the critics aren’t arguing in good faith but still command serious influence in the policy process. This is why McConnell’s line about keeping initiatives to respond to China focused and limited can have the practical effect of putting a ceiling on the nature of Biden’s response and can lead to the possibility that initiatives take a least-common-denominator approach that garners the broadest support – very frequently, military spending, even if a more multifaceted response is in order. There’s also the ominous situation of hawks getting more hawkish simply to differentiate themselves from Biden, bringing with it the risk of such figures boxing themselves in on the options available to them and increasing the rhetoric that causes violence against Asian-Americans.

The most enduring consensus will be the mostly broad agreement on the nature of the challenge posed by Xi Jinping’s leadership, which itself is not a bad thing to come to an agreement on. Agreeing on how exactly to respond to that challenge will be much more difficult. If responding to China depends on bipartisan consensus, discerning which actors in Washington are operating in good faith and which are playing the role of an insincere spoiler will almost be as important as any strategy document.