Flashpoints | Politics | East Asia

sboibc888 bank: Was Taiwan Ever Really a Part of China?

ฟรีสมัครสล็อตrov,PTTEPเข้าเมื่อทะลุ 58.5 และเข้าเพิ่มที่ 59.75 เป้าหมาย 64 บาท ,ส่วนการทำ FSRU ในพื้นที่ภาคใต้ของไทยนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะมีขนาด 3 ล้านตัน/ปีเช่นกัน ซึ่งทั้งสองโครงการยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางภาครัฐบาลไทยด้วยRaja Ferry Port(RP TB; THB 7.40) ซื้อนายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวลดลง ส่งผลให้แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าปี 2559 เพิ่มขึ้น 3.5% ตามภาวะเศรษฐกิจที่จะปรับตัวดีขึ้น และสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2015) ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอัตราดังกล่าว ทั้งนี้ประมาณการความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ในปี 2559 อยู่ที่ 29,000 เมกะวัตต์ (MW)ความเห็น:คาดผลประกอบการ Q4/58 จะออกมาโดดเด่น // เป้าหมายพื้นฐานปี 59 อยู่ที่ 18.00 บาท TKS(ราคาปิดภาคเช้า 7.55) ซื้อคำแนะนำของ ASLถือหรือซื้อระยะสั้นเมื่อยืน 1,280 แนวต้าน 1,294 ผ่านเป็นสัญญาณซื้อขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 1,870.10 จุด เพิ่มขึ้น 7.90 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 2,602.83 จุด ลดลง 5.07 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,651.43 จุด เพิ่มขึ้น 1.47 จุดทั้งนี้ ตลาดหุ้นบางแห่งในเอเชียได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของจีนในเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 1.41 หมื่นล้านหยวนด้านเรียวจิ โยชิซาว่า นักวิเคราะห์ของ S P กล่าวว่า ปัจจุบัน รายได้จากการปล่อยเงินกู้ภายในประเทศของธนาคารพาณิชย์ย่ำแย่อยู่แล้ว การใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบจะยิ่งทำให้รายได้ของธนาคารเหล่านี้ย่ำแย่ลงอีก โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่คาดว่าจะเพิ่มงบลงทุนระบบไอทีเพิ่มเติมจึงเป็นโอกาสของ AIT ที่จะเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเพิ่มมูลค่างานในมือที่จะทยอยส่งมอบให้มากขึ้นด้านนักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ทางการสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนก.พ. ส่วนในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ จะมีการเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน-การอนุญาตก่อสร้างเดือนม.ค., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค. และการผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนม.ค.、 นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากที่ สภาพัฒน์แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2558 ที่ขยายตัว 2.8% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และทั้งปี 2558 ที่ขยายตัว 2.8% ถือว่าภาพรวมใกล้เคียงกับที่ ธปท. ประเมินไว้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ก.พ.59 ที่ผ่านมาสำหรับแนวโน้มราคาเหล็กเส้นจากนี้ถึงเดือน เม.ย.59 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยช่วงนี้ราคาเหล็กเส้นปลายทางอยู่ที่ 14 บาท/ก.ก. สูงกว่าเดือน ธ.ค.58 ที่อยู่ในระดับ 12.50-12.70 บาท/ก.ก. เนื่องจากปริมาณผลผลิตและสต็อกลดลงทำให้ราคาดีดตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากเดือน เม.ย.59 ราคาคงกลับสู่ภาวะปกติ โดยคาดราคาเหล็กเส้นเฉลี่ยในปีนี้จะใกล้เคียงปีก่อนที่ 15 บาท/ก.ก.ลดลงจาก 18 บาท/ก.ก.ช่วงก่อนหน้าอับดับ 2 หุ้น PTT คาดว่ากำไรปี 59 จะกลับมาเติบโต 203% สู่ 66,590 ล้านบาทเนื่องจากราคาน้ำมันและราคาโอเลฟินส์เริ่มทรงตัวอีกทั้งคาดว่าจะไม่มีการบันทึกด้อยค่าในสินทรัพย์เหมือนปี 58 นอกจากนี้สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้มีความต้องการน้ำมันมาใช้สร้างความอบอุ่นทำให้มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะรีบาวด์ได้ซึ่งจะส่งผลทางบวกต่อธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจสำรวจและผลิตของ PTT จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 307 บาท กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนธ.ค.ปรับตัวลง 1.7% จากระดับเดือนพ.ย. ซึ่งถือเป็นการปรับลดการทบทวนลงมากกว่าระดับการทบทวนเบื้องต้นที่ 1.4% ,ด้านรายได้ ครี่งปีแรกบริษัทมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย 1.2 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 1.76 หมื่นล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกบริษัทมีการโอนคอนโดเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 59) ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ทำให้เกิดการเร่งโอนโครงการมากขึ้นอันดับเครดิตยังสะท้อนถึงการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท คือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) (มีอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (IDR) ที่ BBB+ / แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดสินทรัพย์รวมใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย และ Ageas Insurance International N.V. หรือ Ageas (มีอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว ที่ A / แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) MTL ได้รับประโยชน์จากการเป็นบริษัทประกันชีวิตเพียงแห่งเดียวที่สามารถขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านเครือข่ายสาขาของ KBANK ได้ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนในด้านเทคนิคและการดำเนินงานจาก Ageasแต่ในระยะยาวยังต้องมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหา LNG เพิ่มเติมเพื่อรองรับกับความต้องการใช้ก๊าซฯที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณก๊าซฯในอ่าวไทยที่จะลดลง โดยได้ทำสัญญา Head of Agreement เพื่อนำเข้า LNG จากปิโตรนาสของมาเลเซีย ปริมาณ 1 ล้านตัน/ปี แต่ล่าสุดได้เจรจาเพื่อขอเข้าไปร่วมลงทุนในแหล่ง LNG เพิ่มเติมด้วย เพื่อเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว ซึ่งนอกจากแหล่ง LNG ของปิโตรนาสแล้ว ยังได้เจรจากับทั้งแหล่ง LNG ในสหรัฐ และแอฟริกาด้วย ,อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาดูตลาดหุ้นจีน และไต้หวัน ที่ปิดทำการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยสัปดาห์นี้คาดว่า Volume การซื้อขายหุ้นจะกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ ด้านปัจจัยในประเทศ จะต้องติดตามวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งก่อนแนวต้าน : 808 และ 810SET ปิด 1,289.36+0.96นายนพดล คาดว่า ความต้องการใช้ก๊าซฯในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 4,750 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ใกล้เคียงกับปีก่อนหลังมีการหยุดซ่อมบำรุงในแหล่งก๊าซฯหลายแหล่ง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตไม่มาก โดยปริมาณก๊าซฯในปีนี้จะมาจากอ่าวไทยราว 3,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ,ก๊าซฯจากเมียนมาร์ 3 แหล่งราว 850 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ลดลงหลังแหล่งก๊าซฯเยตากุน มีปัญหาปริมาณน้ำเข้ามาในแหล่งผลิตมากทำให้ระดับการผลิตที่ลดลงเหลือราว 250 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน จากปกติที่ 450 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ส่วนที่เหลือเป็นปริมาณก๊าซฯจาก LNG ราว 380 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน โดยได้รับแรงหนุนจาก การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ผสานกับ ตัวเลข FDI ของจีน ออกมาค่อนข้างดี. สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้แก่ 1. ธ.กลางเกาหลีใต้ คงอัตราดอกเบี้ย ที่ 1.5% 2. ยอดการปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวนของจีน ในเดือน ม.ค.เพิ่มขึ้น 71% จากปีก่อนขณะที่ทิศทางค่าเงินบาทยังต้องลุ้นว่าคืนนี้เงินบาทจะผ่าน 35.70 บาท/ดอลลาร์ไปได้หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านก็น่าจะลงต่อ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันพรุ่งนี้น่าจะอยู่ระหว่าง 35.50-35.75 บาท/ดอลลาร์。

แนวรับ :  1,285   แนวต้าน :  1,308 / 1,313MINT ราคาไต่ระดับเหนือแนวโน้มกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยซึ่งเรียงตัวในเชิงบวกโดยหลังชะลอตัวช่วงสั้นลงมาที่เส้นแนวรับ 33.75 ก็สร้างแรงดีดตัวผ่านแนวเส้นกดขึ้นมาด้าน MACD วกตัวขึ้นอีกครั้งหลังพักตัวอยู่ในแดนบวกสะท้อนโอกาสที่ราคาจะแกว่งตัวเข้าหากรอบด้านบน,แนวรับ: 10.3 +/-นายนพดล กล่าวอีกว่า ปตท.ยังมองโอกาสการทำคลัง LNG ในรูปแบบ FSRU (Floating Storage Regasification Unit:FSRU) ในฝั่งเมียนมาร์ และภาคใต้ของไทย เพื่อรองรับปริมาณก๊าซฯจากเมียนมาร์และก๊าซฯจากแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) ที่จะทยอยลดลงตามสัญญาในอนาคต ขณะที่ขีดความสามารถของท่อส่งก๊าซฯยังคงมีอยู่ ซึ่งจะทำให้สามารถจัดส่งก๊าซฯจากเมียนมาร์มาให้กับโรงไฟฟ้าทางฝั่งตะวันตกของไทยได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดส่งก๊าซฯให้โรงไฟฟ้าจะนะทางภาคใต้ได้อย่างต่อเนื่องด้วยส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือน ม.ค.59 มีจำนวนทั้งสิ้น 51,715 คัน ลดลง 13.4% จากเดือน ม.ค.58 และลดลง 49.03% จากเดือน ธ.ค.58 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ราคาสินค้าเกษตรยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ การลงทุนของภาคเอกชนชะลอตัว ประกอบกับลูกค้าบางส่วนได้ตัดสินใจซื้อรถยนต์ในช่วงปลายปีที่แล้วก่อนปรับราคาขึ้นตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่。 แนวต้าน : 4.16 และ 4.20อีกทั้ง IEA ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในปีนี้และระบุว่าภาวะน้ำมันล้นตลาดจะยังคงอยู่ต่อไปได้สร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันและบริษัทพลังงานทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลงแรงส่งผลให้นักลงทุนย้ายเงินลงทุนออกจากตลาดหุ้นเข้ามาลงทุนในทองคำแทนขณะที่ประธานเฟดออกมากล่าวแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ได้ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนหน้า เนื่องจากปัจจัยจากสภาวะที่ตึงตัวในตลาดการเงินที่มีสาเหตุจากการดิ่งลงของราคาหุ้น, ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และการประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่อในระดับโลก อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐให้อ่อนแอลง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อทิศางดอกเบี้ย ขณะที่ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำก่อนหน้านี้ จีนประกาศตัวเลขนำเข้า-ส่งออกออกมาไม่ดี โดยตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค.58 ปรับตัวลง 6.6% ส่วนตัวเลขนำเข้าลดลง 14.4% กดดันให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงไป แต่เมื่อมีการประกาศปรับอัตราอ้างอิงค่าเงินหยว และแบงก์ชาติจีนยังออกมาปฏิเสธกระแสข่าวลือที่ระบุว่าจีนวางแผนควบคุมเงินทุนให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นจีนมีการดีดกลับขึ้นมาได้บ้างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย SP หุ้น บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ในวันนี้ (16 ก.พ.) เนื่องจากอยู่ระหว่างพิจารณาว่าบริษัทเข้าข่ายต้องปรับปรุงฐานะการเงินและการดำเนินงานหรือไม่ หลังบริษัทได้นำส่งงบการเงินประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ฉบับที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีมายังตลาดหลักทรัพย์ โดยมีฐานะการเงินที่อาจเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนกล่าวคือมีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์,ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ทางการสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนก.พ. ส่วนในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ จะมีการเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน-การอนุญาตก่อสร้างเดือนม.ค., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนม.ค. และรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ประจำวันที่ 26.27 ม.ค.? นิกเกอิปิดเช้าลบ 26.17 จุด เหตุเยนแข็ง-น้ำมันร่วงกลยุทธ์การลงทุน เน้นเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรสุทธิงวด 4Q58 ดี และยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2559 และสามารถรักษาพร้อมจ่ายเงินปันผลสูง อย่าง PS ([email protected]), SC([email protected]) และ MCS ([email protected]) รวมถึงหุ้นที่มีกระแสเงินสดมั่นคง เลือก ADVANC ([email protected]) และ INTUCH ([email protected]) (ติดตามอ่านรายละเอียด Dividend Play วันที่ 29 ม.ค. 2559) อนึ่ง สัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากเหล็กเส้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ 70-75% ที่เหลือเป็นเหล็กลวด เหล็กตัด ขณะที่เหล็กลวดไม่มีการปรับขึ้นราคา เพราะสินค้าจีนยังมาเข้ามาแข่งขันค่อนข้างมาก สำหรับผลประกอบการปี 59/60 บริษัทหวังจะเป็นกำไรสุทธิดีต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการจัดทำแผนเพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาในเดือน มี.ค.นี้ บล.เอเชีย เวลท์ คาด SET ปรับขึ้นหลังคลายกังวลศก. แนะลงทุนหุ้นมีโอกาสทำกำไรสูงPTT มูลค่าการซื้อขาย 3,287.54 ล้านบาท ปิดที่ 238.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาทสำหรับมูลค่างานที่อยู่ระหว่างการรอรับรู้รายได้ (Backlog) ของ AIT ณ 10 กุมภาพันธ์ 2559 มีทั้งสิ้น 2,724 ล้านบาท ซึ่งมูลค่างานที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้เป็นส่วนใหญ่,ส่วนอันดับสุดท้ายหุ้น PS ซึ่งเป็นผู้นำตลาดบ้านระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ทำไห้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการลดภาษีกระตุ้นภาคอสังหาฯ คาดกำไรปี 58 ราว 7.5 พันล้านบาทซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปี 557 ที่มีกำไร 6.65 พันล้านบาท เติบโต 13% แนวโน้มกำไรยังเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 1/59 เนื่องจากมาตรการลดภาษีกระตุ้นภาคอสังหาฯจะสิ้นสุดปลายเดือน เม.ย.59แนวต้าน : 1285 และ 1290 ,สรุปหุ้น 10 อันดับแรกที่ดันดัชนีเช้านี้ (16 ก.พ.)ขณะที่ ปตท.ยังมีแผนจะซื้อ LNG จาก Shell Eastern Trading (PTE) LTD และ บริษัท BP Singapore PTE. Limited ซึ่งเป็นสัญญาระยะยาวในปริมาณรายละ 1 ล้านตัน/ปี รวม 2 ล้านตัน/ปี โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ได้เห็นชอบร่างสัญญาซื้อขาย LNG ดังกล่าวแล้ว แต่ปัจจุบันยังรอการอนุมัติจากภาครัฐอย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการลงนามสัญญากัน แต่ด้วยความต้องการใช้ที่ยังไม่มากนักและราคา spot ที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ปตท.จะเจรจากับ BP และกลุ่มเชลล์เพื่อขอชะลอการรับ LNG ออกไปก่อนจากเดิมที่จะนำเข้าในปีนี้ด้านรายได้ ครี่งปีแรกบริษัทมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย 1.2 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 1.76 หมื่นล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกบริษัทมีการโอนคอนโดเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 59) ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ทำให้เกิดการเร่งโอนโครงการมากขึ้น。

John Cena’s apology is a good opportunity to look back at the historical reality of Taiwan’s status and identity over the last 200 years.

Was Taiwan Ever Really a Part of China?

Longshan Temple in Taipei, Taiwan.

Credit: Depositphotos

The actor and professional wrestler John Cena recently made news around the world for first referring to Taiwan as “the first country” where people would be able to see his new movie, “The Fast and the Furious 9,” then apologizing for an unspecified error in that statement when it brought a backlash from people within China.

Not to criticize Cena – indeed, I applaud him for his rare decision to learn Chinese and interact with native speakers in their own language – but these events nevertheless reveal important and persistent misunderstandings about Taiwan.

Cena’s apology highlights two things: the power of ideas – in this case, the idea that Taiwan is an “integral part of China’s historical territory” – and the geopolitical and economic power of countries like China to shape opinions and actions both domestically and around the world. These two forms of power coincided in these recent events. Let’s take this opportunity to better understand the history that lies behind such ideas, at a moment when Taiwan has received much deserved attention for its successful management of the COVID-19 pandemic.

The oft-repeated dictum about Taiwan’s territorial status was not widely held within China in 1895, the year that the Qing Dynasty ceded Taiwan, which it had annexed in 1684, to Japanese colonization. When Qing officials received Japan’s territorial demands in the wake of the First Sino-Japanese War, they ardently defended the Liaodong Peninsula, in Manchuria, as essential imperial territory, but viewed Taiwan as a shield that could be surrendered. Although some individuals insisted that Taiwan must be retained, or at least not surrendered to Japan, most viewed it as less important than Liaodong.

Taiwan’s relative standing reflected the fact that knowledge within the Qing government of Taiwan’s geography was so limited that it was not until the 1870s that serious efforts began to govern the majority of the terrain. Similarly, an official handbook for Fujian Province from 1871 presented a vague description for the location of Diaoyutai – today a hotly contested site that also often gets the label of “an integral part of Chinese territory since ancient times” – and described it as a place where “over a thousand large ships” could berth.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

These opinions and depictions do not suggest that Taiwan and its environs rose to the level of integral territory for Qing-era Chinese. Historians have shown that popular and official discussion of Taiwan as a part of China, and formal efforts to gain control of Taiwan by the government of the Republic of China (ROC) and its ruling Nationalist Party, originated in the 1930s and 1940s, within the context of anti-Japanese sentiment and war.

Within Taiwan itself, officials and elites expressed strong opposition to the act of incorporation into Japan’s empire and launched a number of rhetorical, diplomatic, and military endeavors to prevent this colonial occupation. However, some attempted to avoid colonization only by Japan and were amenable to annexation by Britain or France instead. More significantly, at the end of a two-year period in which, as stipulated by the Treaty of Shimonoseki that ended the war, all Qing subjects residing in Taiwan had the opportunity to decide if they would stay there or live in China, less than 10,000 out of roughly 2.5 million inhabitants had crossed over the Taiwan Strait. Thereafter, although both violent and non-violent resistance to the Japanese colonial regime remained a recurring feature of Taiwan’s history, it was couched in terms of preventing either encroachment into indigenous lands or the eradication of social and religious practices, and rarely if ever in the language of reunification with China. Taiwanese remained interested in China, of course, but as a source of inspiration for local cultural and political movements, an ancestral homeland to be visited, or a site for lucrative business activities. However, as the Taiwanese author, Wu Zhuoliu, highlighted with the main character in his novel, “Orphan of Asia,” many of the Taiwanese who went to China felt unwelcome there and disconnected from it.

In more historical terms, a number of scholars, including myself, have demonstrated the creation of distinctive Taiwanese identities during the years of Japanese rule. Far from following the intentions of Japanese assimilation policies, residents of Taiwan drew upon their cultural heritage, new professional and labor associations, globally circulating ideas of self-determination and participatory politics, and modern cosmopolitanism to forge new identities. They displayed their new consciousness in calls for independence from Japan, drives for voting rights and an autonomous legislature for Taiwan within the Japanese Empire, and a wide range of social and cultural behaviors, from local politics to social work to religious festivals. Some inhabitants focused on nationalism and political independence, whereas others concentrated on ethnic community within a pluralistic political entity. All of these behaviors clearly distinguished them from the Japanese settlers and the colonial government that attempted to transform them into loyal Japanese subjects. Instead, a majority of the population became Taiwanese, albeit in ways that excluded Taiwan’s indigenous peoples.

That they had not remained Chinese – at least not as people and the government in China defined that term during the early 20th century – became very clear to everyone on the scene soon after the end of World War II. Although the rhetoric of the ROC government stressed reunion and recovery, and used the term “retrocession” (guangfu) to describe Taiwan’s incorporation into its territory, government officials looked upon the Taiwanese as people who had been tainted by Japanese influence and needed to be remade as Chinese citizens.

Those Taiwanese themselves displayed genuine enthusiasm for the end of Japanese rule and the arrival of Chinese civilian and military representatives in October 1945, but quickly realized the vast distance between how they saw themselves and how they were perceived by the new governing regime. They had forged their identities in burgeoning modern metropolises and in relation to modern capitalist industries, and yet the Chinese government described them as backward. Those with roots in China had centered religious practices in their new identities to resist Japanese assimilation, and now the ROC government targeted those practices for suppression as pernicious traditions. Even though many Taiwanese learned the new national language of Chinese, as they had Japanese before, they felt no connection to the national struggles and heroes that they were now told to embrace.

All of these markers of separation were evident before 1947, when the divergence between Taiwanese and Chinese came into high relief during the 2-28 Uprising and its brutal suppression by Nationalist Chinese military forces, and the White Terror that began soon thereafter. Political opposition to the Nationalist Party and pro-independence sentiment went underground or overseas, but Taiwanese identities intensified. Although sharp divisions continued to exist between indigenous and non-indigenous populations, by the 1990s many defined “Taiwanese” to include both groups. Decades of single-party rule under martial law by Chiang Kai-shek’s regime did not effectively instill most of Taiwan’s residents with a new sense of Chinese national identity. Indeed, most of the roughly 1 million people who left China for Taiwan, and their descendants, came to identify themselves with Taiwan, not China.

The ROC nevertheless successfully continued Taiwan’s condition of political separation from China, a fact that has been in existence now for almost all of the past 126 years, and it has maintained full sovereignty for about seven decades. Chinese insistence on the idea of Taiwan as a part of China has failed to convince the roughly 23 million Taiwanese.

As Cena’s apology shows, Chinese views have been much more effective in shaping international opinion, but they do not change Taiwan’s modern history or the reality that Taiwan is a country. Individuals, countries, and companies can make their own choices about how to interact with China and its citizens, but they should do so with an accurate understanding of the underlying history.