China Power

ดูหวยรัฐบาล: Diplomacy 101

mabinogi mobile download,ดัชนีหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคพุ่งขึ้น 2.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.ปีนี้ โดยหุ้นเอนเนอร์จี คอร์ป ปรับขึ้น 3.3% และหุ้นพีพีแอล คอร์ป ทะยานขึ้น 3% หุ้นกลุ่มสินค้าเพื่อผู้บริโภคปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นอัลเทรีย กรุ๊ป พุ่งขึ้น 3.5% หุ้นคอสท์โค โฮลเซล ดีดตัวขึ้น 3.4% หุ้นเฮอร์ชี ปรับขึ้น 2.7% และหุ้นเจนเนอรัล มิลส์ พุ่งขึ้น 2.3%โดยหนี้สาธารณะแบ่งออกเป็นหนี้ระยะยาวถึง 5,538,910.47 ล้านบาท หรือร้อยละ 97.40 และมีหนี้ระยะสั้นเพียง 148,097.15 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.60สำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้กรีซ,นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังรอดูความชัดเจนของกรีซ ซึ่งหากกรีซไม่ชำระคืนหนี้ในวันที่ 12 ก.ค.58 ตามกำหนด อาจส่งผลให้กรีซหลุดออกจากกลุ่มประเทศยูโรโซน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างมาก โดยคาดว่าจะมีการทบทวนการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (GDP) ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในช่วงเดือนก.ย.นี้ น้ำมันลดอีกแล้ว! PTT-BCP ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดมีผลพรุ่งนี้โฆษกคณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์จีนเปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า เกิดการเทขายอย่างไร้ซึ่งเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ และสถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ภาวะตึงเครียดด้านสภาพคล่องในตลาดกรณีของกรีซ ไม่มีผลกระทบต่อไทย เนื่องจาก ช่องทางการค้าระหว่างไทยกับกรีซมีเพียง 0.6% ไม่ถึง 1% ดังนั้นจึงไม่มีผลเท่าไหร่ ขณะที่สถาบันการเงินของไทยไม่มีการปล่อยสินเชื่อหรือมีซื้อพันธบัตรของยูโรค่อนข้างน้อยตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลงตามตลาดหุ้นจีน แม้ว่าธนาคารกลางจีนได้ให้คำมั่นว่าจะจับตาดูความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด และจะยังคงจะสนับสนุนสถาบันสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ของจีน (CSF) ในการเสริมสภาพคล่อง ผ่านทางหลายช่องทาง เพื่อสร้างเสถียรภาพแก่ตลาดหุ้นทั้งนี้ ตามปกติสถานีก๊าซธรรมชาติหลักจะนะจะรับจากแหล่งก๊าซฯ เจดีเอ เอ-18 ในปริมาณ 190 ตันต่อวัน เพื่อจ่ายก๊าซเอ็นจีวีให้แก่สถานีบริการเอ็นจีวี 14 แห่ง ใน 3 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง คือ จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลานอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงบวกจากรายงานที่ว่า รัฐบาลกรีซสามารถระดมทุนได้ 1.625 พันล้านยูโรจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลเมื่อวานนี้ ซึ่งการจำหน่ายพันธบัตรในวันนี้นับเป็นครั้งแรก หลังจากที่โครงการช่วยเหลือทางการเงินของยูโรโซนต่อกรีซได้หมดอายุลงในวันที่ 30 มิ.ย. เงินบาทอ่อนค่า ขณะตลาดกังวลวิสัยทัศน์ผู้ว่า ธปท.คนใหม่ โดยกำหนดวันจองซื้อและชำระเงินค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด ภายใน 30 วันนับจากวันที่คณะกรรมการมีมติให้จัดสรรรายชื่อบุคคลในวงจำกัดที่ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน ดังนี้ 1.นายชวลิต เศรษฐเมธีกุล จำนวนหุ้นที่ได้รับจัดสรร 400,000,000,000 หุ้น คิดเป็น 9.56% 2.นายกัมพล ตติยกวี 400,000,000,000 หุ้น คิดเป็น 9.56% และ 3.นายพิสุทธิ์ เดชะไกศยะ 300,000,000,000 หุ้น คิดเป็น 7.17%ขณะที่หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) มียอดหนี้คงค้างลดลง 4,621.76 ล้านบาท เนื่องจากรัฐวิสาหกิจต่างๆ มีการชำระคืนต้นเงินกู้มากกว่าการเบิกจ่ายเงินกู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีรายการที่สำคัญ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรชำระหนี้เงินต้นที่กู้มาเพื่อดำเนินโครงการรับจำนำข้าว โดยใช้เงินจากการระบายข้าว จำนวน 3,588.60 ล้านบาท และธนาคารอาคารสงเคราะห์ไถ่ถอนพันธบัตรที่ครบกำหนด 1,000 ล้านบาทด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า งาน The Pulse of Asia Conference เป็น Investment Conference ประจำปีงานใหญ่งานหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ทั้งนี้ บริษัทยอมรับว่าผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีนี้ยังไม่สดใสมากนัก โดยเฉพาะ บริษัท สามารถไอโมบาย จำกัด (มหาชน) หรือ SIM ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ยอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือลดลงจากประมาณการ แต่คาดว่าในไตรมาส 2/58 จะทำรายได้ดีกว่าไตรมาส 1/58 แต่ก็ยังต่ำกว่าไตรมาส 2/57 ที่มียอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือกว่า 1 ล้านเครื่อง,SVOA ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะดีดตัวขึ้นผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1.71 บาท เส้นค่าเฉลี่ย 7-14-21 วันเรียงตัวตัดกันยืนยันแนวโน้มขึ้น เป็นจังหวะเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 1.75 บาท และถัดไปที่ 1.84 บาท、pgking777、ณ วันที่ 31 มี.ค.58 บริษัทมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจำนวน 41,029,510,250 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 4,102,951,025 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 7 ก.ค.58 มีมติใหิบริษัทฯดำเนินการลดทุนโดยการลดมูลค่าที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 6.92 บาท MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยที่ระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบระดับ 50ราคาปิด 21.60 แนวรับ 21-20 แนวต้าน 22.70-23 , 24 KBANK หลังจากลงแรงตั้งแต่วันที่ 29/6/2558 ที่ผ่านมากว่า 10% แต่ 3 วันหลังสุดเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวให้จากการทำแท่งเทียน เปิดต่ำปิดสูงได้ตลอด โดยเฉพาะแท่งเทียนวานนี้ที่ทำการยก High และ Low จากวันก่อนหน้าได้ สะท้อนได้ถึงแรงซื้อคืนเริ่มกลับเข้ามาให้เห็น และน่าจะทำให้ราคาสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ในระยะสั้น。

โดยในปีนี้ SIM ยังคงเป้าหมายยอดขาย 4 ล้านเครื่อง โดยจะเป็นยอดขายในประเทศราว 3 ล้านเครื่อง และจะมียอดขายจากต่างประเทศอีก 1 ล้านเครื่อง ที่จะเข้ามาชดเชยยอดขายในประเทศที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะจากตลาดพม่าและตะวันออกกลาง ขณะที่บริษัทเตรียมร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยื่นข้อเสนอต่อทางการพม่าในการทำตลาดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คาดว่าจะรู้ผลไม่เกินไตรมาส 3/58แนวรับ 2.34 บาท แนวต้าน 2.60 บาทขณะเดียวกันกรณีที่มีข่าวว่ากรมสรรพากรเปลี่ยนฐานการคำนวณภาษีเงินได้สำหรับการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ใหม่นั้น รมว.คลัง กล่าวว่า เป็นความจริง ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจกับผู้ที่สนใจลงทุนซื้อ LTF และ RMF ในการเสียภาษีให้มีความชัดเจนมากขึ้น,นายเศรษฐวัจน์ ตั้งวัชรพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน) หรือ EMC ผู้บริหารโครงการ แลนด์มาร์ค มหาชัย เปิดเผยว่า ไลฟ์สไตล์มอลล์ มูลค่า 1,250 ล้านบาทใจกลางเมืองมหาชัยจากที่เปิดสำนักงานขายไม่ถึง 1 เดือน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนจองสิทธิแล้วกว่า 100 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจมาก และคาดว่าจะมีลูกค้าให้ความสนใจอีกมากก่อนวันพรีเซลล์ ในวันที่ 8 สิงหาคม 58 โดยตั้งเป้าว่าจะปิดการขายโครงการ 100% ภายในปี 58 นี้โดย SET ล่าสุดเวลา 10.13 น. อยู่ที่ 1,472.30 จุด ปรับตัวขึ้น 2.05 จุด หรือ 0.14% มูลค่าซื้อขายที่ 3,347.95 ล้านบาท นำโดยแรงซื้อกลุ่มแบงก์ที่เริ่มฟื้นตัวหลังร่วงแรงวานนี้โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 21 ก.ค. 2558 และวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในวันที่ 22 ก.ค. 2558 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 17 ก.ค. 2558 โดยกำหนดจ่ายปันผล 31 ก.ค. 2558 หุ้นน่าสนใจเชิงกลยุทธ์: SC TTA DEMCO GUNKUL CI IRCP KTC (ควรตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ทุกครั้ง),บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ (9 ก.ค.) ว่าคาดราคาหุ้น RS ปรับลงสะท้อนการปรับลดประมาณการณ์กำไรจาก Consensus ไปมากแล้ว โดยในระยะสั้นคาดกำไรไตรมาส 2/58 แม้จะยังคงขาดทุน 10 ลบ. แต่ดีขึ้นเทียบไตรมาส 1/58 ที่ขาดทุนกว่า 40 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ปิดช่วงบ่าย (8 ก.ค.) ที่ระดับ 1,470.25 จุด ลดลง 13.52 จุด หรือ 0.91% มูลค่าการซื้อขาย 37,627.41 ล้านบาทโดยหนี้ของรัฐบาลลดลง 73,893.27 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 24,000 ล้านบาท, การกู้เงินเพื่อการลงทุนจากแหล่งเงินกู้ในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 1,921.11 ล้านบาท ประกอบด้วย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและการรถไฟแห่งประเทศไทยกู้ต่อ จำนวน 1,804.62 ล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง รถไฟสายสีแดง และโครงการปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัย, กรมทางหลวงเบิกจ่ายเงินกู้เพื่อให้ใช้ในโครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2) จำนวน 82.59 ล้านบาท, กรมทางหลวงชนบทเบิกจ่ายเงินกู้เพื่อ ใช้ในโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี 1 จำนวน 33.90 ล้านบาท,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CENณ เวลา 11.49น. ราคาอยู่ที่ 3.54 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 7.93% สูงสุดที่ 3.58 บาท ต่ำสุดที่ 3.26 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 94.78 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.37% ในสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยมูลค่าการลงทุนและเงื่อนไขจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบบริษัท (Due Diligence) และบริษัทจะมีการทำสัญญาซื้อขายหุ้นในการเข้าลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าดังกล่าวต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปการลงทุนนี้ ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ณ วันที่ 31 มี.ค.58 บริษัทมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจำนวน 41,029,510,250 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 4,102,951,025 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 7 ก.ค.58 มีมติใหิบริษัทฯดำเนินการลดทุนโดยการลดมูลค่าที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 6.92 บาทโฆษกคณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์จีนเปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า เกิดการเทขายอย่างไร้ซึ่งเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ และสถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ภาวะตึงเครียดด้านสภาพคล่องในตลาดปัจจุบัน CSF ได้ให้วงเงินสินเชื่อ 2.60 แสนล้านหยวน (4.2 หมื่นล้านดอลลาร์) แก่บริษัทหลักทรัพย์ 21 แห่ง เพื่อนำไปดำเนินการซื้อหุ้นของตนเองในตลาด ขณะที่แบงก์ชาติจีนพยายามที่จะอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติม เพื่อสกัดการร่วงลงของตลาด และเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังจากที่หุ้นจีนดิ่งลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่พุ่งแตะระดับสูงสุดเมื่อเดือนมิ.ย. โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตได้ร่วงลงไปแล้วกว่า 30%ส่วนค่าเงินบาทปีนี้ประเมินไว้ที่ 34.50 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นไปตามภูมิภาค ซึ่งมองว่าค่าเงินบาทไม่ได้ปรับตัวอ่อนค่ามาก เมื่อเทียบกับประเทศอินโดนีเซีย และอินเดีย โดยไทยยังมีฐานเงินทุนสำรองที่ดีอยู่ ประกอบกับบัญชีเดินสะพัดยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง,ขณะเดียวกัน บล.เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราะห์ (9 ก.ค.) ว่าเริ่มต้นคำแนะนำการลงทุนในหุ้น RS ด้วยคำแนะนำ เก็งกำไร โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 58 ด้วยวิธี DCF (WACC 9.5%) ไว้ที่ 12.50 บาท ซึ่งมองว่าระยะสั้นหุ้น RS มีความเสี่ยงจากกการปรับลดประมาณการของตลาดราว 40-50% อันเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ได้ฟื้นตัวอย่างที่คาด ทำให้มีการปรับลดเป้าหมายการเติบโตในปีนี้,ขณะเดียวกัน บล.เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราะห์ (9 ก.ค.) ว่าเริ่มต้นคำแนะนำการลงทุนในหุ้น RS ด้วยคำแนะนำ เก็งกำไร โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 58 ด้วยวิธี DCF (WACC 9.5%) ไว้ที่ 12.50 บาท ซึ่งมองว่าระยะสั้นหุ้น RS มีความเสี่ยงจากกการปรับลดประมาณการของตลาดราว 40-50% อันเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ได้ฟื้นตัวอย่างที่คาด ทำให้มีการปรับลดเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 57 มีรายได้รวม 7.03 พันล้านบาท ผลขาดทุนสุทธิ 194.1 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.05 บาท จากปี 56 มีรายได้ 8.4 พันล้านบาท กำไร 128.6 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.03 บาทอนึ่ง บริษัทต้องการจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์, บล.ฟินันซ่า, บล.ภัทร และบล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงินส่วนการ Preview ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2558 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มเป็นลบจากแรงกดดันการปล่อยสินเชื่อที่ชะลอตัวลง NIM ลดลง รวมถึง NPL ที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองหนี้สูญสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันทรุดตัวลงแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต่อเนื่อง ซึ่งจะกดดันตลาดหุ้นไทย。

Anger might be understandable. But that still doesn’t mean it makes for good diplomacy.

This morning’s session at the Valdai conference was titled: ‘The role of global and regional actors: separately or together?’ There were three speakers to start off with, all of whom were relatively downbeat about the current state of the Middle East peace process. The first speaker complained that the co-ordination among the Middle East Quartet was inefficient, and she singled out the United States for particular criticism, suggesting that a number of factors, including last month’s mid-term drubbing for the Democrats, had weakened Obama’s position vis-à-vis the peace process.

As a result of what she described as the US failure to deliver on its optimistic forecasts of a deal within 12 months and then 24 months, she called for a more active role by both the European Union and Russia, and indicated she was also at least open to efforts to try to enlarge the number of stakeholders by finding moderate, impartial actors to assist with mediation (a possibility I mentioned yesterday for China and India).

Rightly, in my view, she suggested that it was also important to draw in other issues – not just the often talked about questions of security, but also issues like ensuring adequate water supplies in the region. There’s surely a good case to be made that finding common challenges on which to focus could encourage co-operation and foster that conspicuously missing ingredient – trust.

She also raised the question of Iran (a subject that has generally been shunted to the sidelines of the conference), arguing that despite Iran’s apparent desire to play a greater role in the Islamic world, it’s not clear whether it will actually act in the interests of the Palestinians. Indeed, she suggested that Iran’s position that Mahmoud Abbas doesn’t have legitimacy is more damaging than its supplying arms to Hizbollah and Hamas.

The second speaker launched a scathing attack on the role of the United States, arguing that it simply doesn’t have the capabilities for dealing with the peace process. He went on to criticize the ‘incompetent’ Israel government, arguing that the problem with the peace efforts hasn’t been confined to the extremists. He said the Israeli government had consistently followed the illogical position of defending the settlements and concluded the peace process was, in his view, dead.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It was an outspoken speech, and in a way epitomized one of the problems the Palestinian ‘side’ seems to have in such meetings. It was an angry performance, and not the only one today. A couple of regular attendees of such conferences I’ve spoken with said it’s actually typical of these kind of meetings on the issue – day one is relatively restrained, but the tensions bubbling under the surface tend to boil over on the second day.

I’m not saying, of course, that the Palestinians don’t have good reason to be angry – they certainly do. But a couple of the speeches were delivered as if they were launching a tirade at the United Nations General Assemby. The problem is that if the delivery doesn’t fit the venue, you risk losing a little sympathy from the start. Yes, there have been wrongs committed toward the Palestinians (and toward Israeli civilians as well). But simply angrily recounting a list of grievances with the most sweeping of rhetoric might feel therapeutic, but it doesn’t really advance the discussion in any constructive way. Both sides can take the moral high ground and lecture anyone who will listen about the wrongs they’ve suffered. But they can also take the morally higher ground and try to move forward.

Yes, this is all easier said than done. And of course, neutral observers and mediators should be able to set aside body language and tone and respond based only on the merits of an argument. We should all be able to look at the bigger picture, at the issues. But we’re all also human and have human responses. A suggestion for some speakers to bear in mind, and something that should really be Diplomacy 101, is that you need to at least appear like you’re willing to concede something. A speaker who gives no ground and admits no wrong, no matter how justified in doing so, simply sounds unreasonable.

If you want to keep an audience onside, you’ve got to throw them a bone, admit the other side at least has a point, indicate you understand the pressure they’re under and why they might be acting as they do. This gets harder to do the longer a process drags on – and by god this one is protracted and poisonous. And as I said, tactical rhetorical considerations like this shouldn’t matter. But again, we’re all human and so they do.