New Leaders Forum

jokergamingpng: Security and the Life Sciences

ตรวจ สลาก วัน ที่ 1 ตุลาคม 2562,โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวลง คาดว่ามาจากประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศให้ HPT เข้ามาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1 : Cash Balance เริ่มต้นวันที่ 31 ส.ค. 2558 สิ้นสุดวันที่ 9 ต.ค. 2558ประเมินดัชนีมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากภาคเช้า คาดว่าหุ้นกลุ่มที่จะถูกขายทำกำไรจะเป็นหุ้นกลุ่มพลังงาน จากที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เริ่มย่อตัวในช่วงเช้า อีกทั้งราคาหุ้นกลุ่มนี้ได้แรงเก็งกำไรจากประเด็น Treasury stock มากก่อนหน้าคาดมีแรงขายล๊อคกำไรกดดัน แนะนำเก็งกำไร THCOM มองข่าวการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารวานก่อนกระทบกับราคาหุ้นมากไป,บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (31 ส.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า หลังจาก กสทช. เปิดให้ผู้สนใจรับเอกสารประมูลให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz มีผู้ประกอบการขอรับเอกสารทั้ง 5 ราย คือ ADVANC DTAC TRUE JAS โดยหลังจากได้เอกสารดังกล่าวไปแล้ว ผู้ประกอบการจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นซองประมูลในวันที่ 30 ก.ย. 58 ก่อน กสทช. จะตรวจสอบเอกสารและเปิดประมูลวันที่ 11 พ.ย. 58、เว็บคาสิโนเปิดใหม่workpoint、โดยปัจจุบัน CSS เป็นตัวแทนผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า และวางระบบสารสนเทศ ติดตั้งเสาโทรคมนาคม สัดส่วนรายได้ 6 เดือนแรก ของปีนี้ มาจากการขาย 68% แต่รายได้ที่โตขึ้นมามากในปี 2558 คือรายได้จากการติดตั้งและวางระบบ ,กระบวนการประมูลคลื่นสำหรับบริการ 4G ที่ยังคงเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็น Sentiment บวกที่เอื้อต่อการลงทุนให้กับหุ้นกลุ่มสื่อสาร ในระยะนี้ โดยฝ่ายวิจัยเชื่อว่าการแข่งขันประมูลเพื่อแย่งคลื่น 1800 MHz ในครั้งนี้จะสูงมาก เนื่องจากจุดเด่นที่คลื่น 1800 MHz เป็นคลื่นมาตรฐานสำหรับเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดการเติบโตรายได้ในอนาคตอย่าง 4G ขณะที่เปิดประมูลจะมีเพียง 2 ใบอนุญาต น้อยกว่า จำนวนผู้ที่มีแนวโน้มเข้าร่วมประมูลทั้ง 4 ราย คือ ADVANC, DTAC, TRUE รวมถึง JAS ที่ล้วนมาขอรับเอกสารประมูลให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz ทั้งหมดทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท ที่คาดว่าจะทยอยโอนได้ใน 1-2 ปีนี้ โดยปัจจุบันยังมีโครงการอีก 2 โครงการได้แก่ ดิ อิสสระ ลาดพร้าว มูลค่าโครงการ 2.7 พันล้านบาท ขายไปแล้ว 95 % และโครงการอิซซี่ คอนโด สุขสวัสด์ มูลค่าโครงการ 1.8 พันล้านบาท ขายไปแล้วกว่า 80% คาดจะเริ่มโอนได้ในไตรมาส 4/58 นี้ ซึ่ง 2 โครงการดังกล่าวเป็นการรร่วมทุนกับบริษัท ซี.ไอ.เอ็น.เอสเตท จำกัด ซึ่งบริษัท ถือหุ้น 40% อย่างไรก็ดี ปีนี้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ที่ 3% ภายใน 1-2 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 5% และเป็น 10% ในอีก 5 ปีข้างหน้าด้านปัจจัยในประเทศ สัปดาห์นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือน ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่าตัวเลขน่าจะไม่ค่อยดีนัก ส่วนค่าเงินบาทที่อ่อนค่านั้น มาจากการคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งโอกาสที่ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าไปมากกว่านี้ และธปท. จะต้องเข้ามาดูแลก็มีสูง นอกจากนี้ สัปดาห์นี้จะต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ครม.ชุดใหม่ว่าจะหน้าตาเป็นอย่างไรMTLS (Bt 17 เป้าเทคนิค 18-18.50 cut loss ถ้าหลุด 16.60)ทั้งนี้ การแต่งตั้งรักษาการ CEO ของ PTTEP สื่บเนื่องจากนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ซึ่งเป็น CEO คนปัจจุบันจะมารับตำแหน่ง CEO ของบมจ.ปตท.(PTT) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.นี้,ดัชนี MSCI Asia Pacific ลดลง 0.2% แตะ 129.69 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว SIAM เฮ! ได้รับเลือกเป็นผู้เสนอร่วมโครงการพลังงานทดแทนกองทัพเรือPTT มูลค่าการซื้อขาย 1,500.86 ล้านบาท ปิดที่ 270.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาทดัชนีไทย SET ปิดลบ 1,375.98 (-6.43 จุด,-0.47%) กรอบ 1375-1385 มูลค่าการซื้อขาย 19,587.16 ล้านบาท ปรับขึ้นและย่อตัวลงด้วยแรงขายทำกำไร เรียงลำดับด้วยมูลค่าการซื้อขาย ENERG BANK ICT COMM PROP TRANS PETRO CONMAT ตามลำดับ 876 895AJD (1.38 บาท)สัญญาณ: ซื้อเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 1.52; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 1.34 , ผลการดำเนินงานของบริษัทเราก็เป็นไปตามภาวะตลาด ถ้าตลาดไม่ดีแบบนี้ผลการดำเนินงานเราก็จะไม่ดีตาม เรื่องของคุณชูวงษ์ไม่ได้มีส่วนกับผลการดำเนินงานของเรา เราก็ออกมาชี้แจงให้เข้าใจแล้ว ส่วนลูกค้าที่ย้ายพอร์ตไปบ้างก็ไม่มีผลกระทบอะไรมากกับมาร์เก็ตแชร์เรา ไม่ได้พลิกจากหน้าหนึ่งไปหน้าสอง ปัจจุบันมาร์เก็ตแชร์เราเฉลี่ยอยู่ที่ 3% นายพิสิทธิ์กล่าวอย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่นั้น จะต้องดูความผันผวนของตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย และทั่วโลกด้วยหากไม่ผันผวนเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่หากมีปัจจัยลบอีก Fed จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้น สัปดาห์นี้จะต้องจับตาดู 2 ตัวเลขเศรษฐกิจจีน ได้แก่ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ถ้าตัวเลขออกมาดีเลิศ ก็มีโอกาสสูงที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ถ้าไม่ Fed อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยทั้งนี้ บริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทย่อยของบริษัทที่ถือหุ้นโดย บริษัท ซุปเปอร์ โซล่าร์ เอนเนอร์ยี จำกัด (SSE) ในสัดส่วน 100%。

CNT มั่นใจปีนี้พลิกกำไร เล็งซื้อกิจการใหม่สรุปได้ใน Q4/58นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนส.ค., ดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และการใช้จ่ายด้านก่อสร้างเดือนก.ค.นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ หลังเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าสำหรับแนวโน้มตลาดกล้องดิจิตอลและอุปกรณ์การถ่ายภาพ ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบางกลุ่มสินค้ามีอัตราการเติบโตสูงมาโดยตลอด แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัว เนื่องจากเป็นสินค้าที่อยู่ในกระแส โดยกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา และผู้หญิง ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เห็นได้จากผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/58 ที่รายได้และกำไรปรับตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์,ส่วนของธุรกิจร้านอาหาร บริษัทฯมีความระมัดระวังในการขยายสาขามากขึ้น โดยปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาราว 30 สาขา ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีการขยายสาขาอยู่ที่ 50 สาขา/ปี ซึ่งวางงบลงทุนไว้ราว 600 ล้านบาท ขณะที่แผนซื้อกิจการร้านอาหารก็ยังอยู่ระหว่างศึกษา โดยมีนโยบายการลงทุนที่จะต้องให้ผลตอบแทนราว 15% วางงบลงทุนต่อดีลประมาณ 600-1,000 ล้านบาท?แนวต้าน 4.60-4.64 บาทโดยรอบที่ผ่านมาราคาหุ้นลงไปที่ 49 บาท ซึ่งการซื้อหุ้นคืน ถือเป็นการจำกัดความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงของราคาหุ้น ทำให้ราคาหุ้น PTTGC ขยับตัวใกล้ 60 บาท มากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1.50 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.3% ซึ่งถือว่าสูงพอสมควรโดยบริษัทคาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจเพชร และมีเทศกาลสำคัญต่างๆ เป็นจำนวนมากทำให้คาดว่าการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีจะมีมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทได้จัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายอีกด้วย นอกจากนี้ไตรมาส 4/58 จะได้ร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศเพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในคอลเล็คชั่นใหม่ ซึ่งจะทำให้รับรู้รายได้เข้ามาบางส่วนในไตรมาส 4/58 และจะรับรู้รายได้ได้เต็มที่ในปี 59ทั้งนี้บริษัทและ FICOจะถือหุ้นในบริษัทที่จัดตั้งใหม่ดังกล่าวในสัดส่วนเท่ากัน คือฝ่ายละร้อยละ 50 เพื่อลงทุนผ่านบริษัทที่จัดตั้งใหม่ในการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท จูปิ เตอร์ โฮเต็ลส์โฮลดิ้งส์จำกัด (JHH) ในจำนวน 27,100,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 ปอนด์ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนที่ชำระแล้ว ที่มูลค่ารวมประมาณ 77.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,314.43 ล้านบาท (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2558ซึ่งเท่ากับ 55.67 บาทต่อปอนด์) จาก 1) Patron Jupiter Holding S.a.r.l ซึ่งถือหุ้นทางอ้อมโดย Patron Capital L.P. III และ 2) West Register Hotels (Holdings) Limited ซึ่งถือหุ้นโดย Royal Bank of Scotland (รวมเรียกว่าผู้ขาย) ซึ่งถือเป็นรายการได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัท (การเข้าลงทุนในกิจการโรงแรมในประเทศอังกฤษ),สำหรับการเข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัท ของเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นั้นได้เข้ามาตรวจสอบบริษัทแล้วตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังคุณชูวงษ์เสียชีวิต 1 สัปดาห์ และเจ้าหน้าที่ของก.ล.ต.ที่เข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัทได้กลับไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการตรวจสอบ ซึ่งยังไม่สามารถทราบได้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของก.ล.ต.จะยังสงสัยการปฏิบัติงานในขั้นตอนใดบ้าง แต่บริษัทมั่นใจว่าการปฏิบัติงานซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทเป็นไปตามกฏระเบียบของทางการในทุกขั้นตอนและสามารถตรวจสอบได้นายสมคิด กล่าวว่า หลังจากที่ราคาน้ำมันปรับลดลงก็จะให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูแลตรวจสอบราคาสินค้าสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อให้ปรับลดลงเช่นกัน โดยจะขอความร่วมมือกับพ่อค้าแม่ค้าด้วยนอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนให้สินค้าเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นคือ สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวขึ้นทุกปี จนทำให้พัดลมธรรมดาไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ขณะที่แอร์ก็ยังเป็นสินค้าที่มีราคาแพงและสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า แต่พัดลมไอเย็นสามารถเข้ามาเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภคที่ดี เพราะสามารถทำความเย็นและลดอุณหภูมิได้จริง มีขนาดให้เลือกหลากหลายเหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกันไป และที่สำคัญประหยัดไฟกว่าการใช้แอร์ถึง 10 เท่ารวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ๆ เช่น จีนก็ชะลอตัวลง ตลอดจนความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยต่างประเทศที่ยังต้องติดตามต่อไป เพราะมีกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย ,อย่างไรก็ตามถ้าหากบริษัทฯสามารถประมูลได้ก็จะเป็นผลดีต่อตัวรายได้และกำไรที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่หากไม่ได้สาขาเข้ามาก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจแต่อย่างใด ปัจจุบันบริษัทฯมีสาขา KFC อยู่ราว 202 สาขา และบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ฯ มีสาขาอยู่ที่ 330 สาขาอีกทั้ง บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในต่างประเทศ 2 ราย เพื่อแสวงหาโอกาสในการร่วมมือทางธุรกิจ ทั้งการเข้าร่วมลงทุน ซื้อกิจการ และการเข้ามาถือหุ้น ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยบริษัทคาดว่าจะเห็นความชัดเจนใน 1-2 ปีข้างหน้าHMPRO (TP10.0*) : Support 7.1/6.9 Resistant 7.5/7.9ทั้งนี้ บริษัทฯยังจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท เทร็ก ไทยรุ่ง จำกัด (Trex Thairung co.,ltd) ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 40% ซึ่งดำเนินการผลิตตัวถังรถบรรทุก, รถดัมพ์, รถตู้ปีกนก และรถโม่ปูน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตรถโม่ปูน และจำหน่ายในเดือนพ.ค.59 โดยจะมีสัดส่วนการส่งออกราว 50%, 2. การแจกคูปองสนับสนุนประชาชน ขณะนี้สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการจัดทำและแจกจ่ายคูปองดิจิตอลทีวีไปยังครัวเรือนที่มีเจ้าบ้านแล้วทั่วประเทศตามฐานข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2557 โดยบัดนี้ได้ดำเนินการแจกจ่ายคูปองดิจิตอลทีวีครบทุกจังหวัดแล้ว รวมทั้งสิ้น 13,571,296 ฉบับ และมีประชาชนนำคูปองมาแลกแล้ว 7,802,091 ฉบับ、มาเฟียเครดิตฟรี、Res 1.18-1.45 / Sup 1.10 , ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับของกรอบแนวโน้มขาลง แต่ปริมาณการซื้อขายไม่สูงมาก ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องด้านนายพิสิทธิ์ ปทุมบาล กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารAEC เปิดเผยถึงขั้นตอนการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ โดยยืนยันว่าการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ เป็นไปตามกระบวนการที่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของทางการ และความต้องการของลูกค้า จึงขอให้ผู้ลงทุนรายอื่นมั่นใจได้ว่าการลงทุนในหลักทรัพย์เป็นการลงทุนที่มีความปลอดภัยในทรัพย์สินของลูกค้า。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.