New Leaders Forum

ดู บอล ย้อน หลัง บวก สิบ: Security and the Life Sciences

slot free credit no deposit 2020,อย่างไรก็ตาม การกำหนดอัตราค่าบริการให้แตกต่างกันในบริการโทรคมนาคมลักษณะและประเภทเดียวกัน เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ผู้บริโภคที่ต้องจ่ายแพงกว่าในบริการแบบเดียวกันสามารถร้องเรียนเพื่อจ่ายในอัตราเดียวกับคนอื่นได้ และผู้ให้บริการก็ควรคำนึงถึงหัวอกของผู้บริโภคที่ยังภักดีและไม่ขอย้ายค่ายด้วยว่า เหตุใดในที่สุดต้องจ่ายแพงกว่าคนอื่นทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล คอร์ป และหุ้นเชฟรอน คอร์ป ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 4.1% ส่วนหุ้นเมอร์ฟี ออยล์ และหุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ต่างก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 10% ขณะที่หุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน ทะยานขึ้นกว่า 11%,ทั้งนี้การปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่น ยังไม่ถึงขั้นเป็นการส่งสัญญาณขาลง เนื่องจากยังคงอยู่ในระดับสูงเกินกว่าของเดือน พ.ย.2558 ที่ 74.6 จุด จึงไม่น่าจะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม,แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัยใด ๆ ที่ทำให้ผู้ประกอบการรายใดไม่สามารถมาจ่ายเงินได้ ก็จะต้องรับผิดชอบด้วยการถูกปรับตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่มีการผ่อนผัน และทาง กทค.จะนำใบอนุญาตที่มีปัญหาดังกล่าวมาเปิดประมูลใหม่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดช่วงบ่าย (4 ก.พ.) ที่ระดับ 1,297.11 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด หรือ 0.41% มูลค่าการซื้อขาย 39,842.93 ล้านบาท RS (BUY:[email protected]): ประกาศซื้อหุ้นคืน 50.7 ล้านหุ้น (5.02% ของทุนชำระแล้ว) ด้วยวงเงินไม่เกิน 470 ลบ. ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.-24 ส.ค. 59 ซึ่งเรามองเป็นปัจจัยบวกที่สะท้อนว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 ที่คาดกำไรจะหดตัว 80%YoY ก่อนพลิกโตเด่นถึง 337%YoY ในปี 59 ขณะที่ปัจจุบันราคาหุ้นมี Upside 40% จึงคงแนะนำ ซื้อ ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ สศค.เผย GDP ปี 58 ขยายตัว 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลงโดยริษัทวางงบลงทุนในปีนี้กว่า 6 พันล้านบาทสำหรับการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ 2 พันล้านบาท การลงทุนโครงการโรงแรม 2 โครงการ ใช้งบลงทุน 2.4 พันล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 4 พันล้านบาท โดยมีงบก่อสร้าง 2.5 พันล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีโครงการวิลล่าและโรงแรมอื่น ๆ อีก แต่ยังไม่กำหนดมูลค่าการลงทุนได้ในขณะนี้สัญญาทองคำได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง โดยเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าจะส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นโดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงคาดว่ามาจากประเด็นที่DTAC รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 58 มีกำไรสุทธิ 5.89 พันล้านบาท หรือ 2.49 บาทต่อหุ้น ลดลง 45% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.07 หมื่นล้านบาท หรือ 4.53 บาทต่อหุ้น。 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ 60.9% ยังมีความรู้สึกกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อชะลอตัว แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจช่วงปลายปีที่ดีขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการคลายความกังวลในประเด็นนี้ลดลงจาก 63.9% ในไตรมาส 3/58 แต่ถือว่ายังเป็นความกังวลในระดับที่สูงทั้งนี้การปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่น ยังไม่ถึงขั้นเป็นการส่งสัญญาณขาลง เนื่องจากยังคงอยู่ในระดับสูงเกินกว่าของเดือน พ.ย.2558 ที่ 74.6 จุด จึงไม่น่าจะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวมADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,483.71 ล้านบาท ปิดที่ 171.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาทส่งผลให้ Call DW บนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง DW28 บนหุ้นพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น ได้แก่ PTTE28C1607A +27.3% PTTE28C1608A +8.7% และ PTTG28C1606A +10.0% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7% และ 4.1% ตามลำดับแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะมีภาระหนี้สูงขึ้น แต่ก็น่าจะสามารถบริหารจัดการได้แม้ว่าบริษัทจะมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นในระยะ 3 ปีข้างหน้าก็ตาม อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าอยู่ที่ระดับ 8% และอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 55% หรืออัตราส่วนเงินกู้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.2 เท่าในช่วงปี 2558-2561จากจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตแกร่ง และธุรกิจอาหารฟื้นตัวดีขึ้น และคาดการณ์กำไรไตรมาส1/60 จะออกมาดีต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของธุรกิจท่องเที่ยว ประเมินเป้าหมายระยะสั้น MINT ที่ 36.50 บาท และ CENTEL ที่ 41.25 บาทอย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน และส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในกรอบที่จำกัด หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้วพุ่งขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 285,000 ราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 280,000 ราย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐร่วงลงหนักที่สุดในรอบ 1 ปีในเดือนธ.ค. โดยยอดสั่งซื้อร่วงลง 2.9% เนื่องจากผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และอุปสงค์ที่อ่อนแอในต่างประเทศ แนะนำซื้อ INTUCH โดยมีแนวรับที่ 56.50 และ 56.00 และมีแนวต้านที่ 59.00 และ 60.00 เป็นจุดขายทำกำไร ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 55.50 ลงไป จะมีแนวรับถัดไปที่ 54.00แนวต้าน : 795 และ 800สำหรับโครงการดังกล่าวมีบริษัท อีซีเอฟ โฮลดิ้งส์ จำกัด (ECFH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เป็นผู้เข้าลงทุนใน ECF Tornado Energy Godo Kaisha ในสัดส่วน 51%ด้านนายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยสมายล์ แอร์เวย์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ไทยสมายล์มีแผนเปิดจุดบินใน 14 เมือง ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน โดยเมื่อ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาเปิดเที่ยวบินไปยังเมืองฉางซา และเมื่อวันที่ 1 ก.พ.เปิดเที่ยวบินไปยังเสียมราฐ และต้นเดือน มี.ค.นี้จะเปิดจุดบินไปยังเมืองฉงชิ่ง。

NINE พุ่งเกือบ 25% แรงในรอบ 2 เดือน คาดเก็งฯทางเทคนิคหลังหุ้นเป็นขาลงมานาน รายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 17-18 ธ.ค.ที่มีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินรายหนึ่งของ BOJ ได้ออกมาเตือนว่ามาตรการต่างๆของ BOJ ที่สนับสนุนนโยบายผ่อนคลายทางการเงินนั้น อาจจะเป็นสาเหตุตลาดเกิดความเข้าใจผิดในประเด็นที่ว่าการผ่อนคลายขนานใหญ่ของ BOJ กำลังใกล้ถึงขีดจำกัดนอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐยังกระตุ้นให้นักลงทนุเข้าซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้วพุ่งขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 285,000 ราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 280,000 รายSET Index: 1,277.61 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,304-1,308 จุด ซึ่งเราคาดว่า แนวรับสำคัญในระยะสั้นที่ 1,285-1,287 จุด น่าจะมีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ในช่วงเช้าปรับตัวลดลงไปสร้างฐานในระยสั้นที่ 1,275-1,278 จุด ทำให้การปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลุดระดับ 1,275 จุดลงไป แนวโน้มในระยะสั้นจะมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ 1,260 จุด แต่ถ้าสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,285 จุดได้ จะยืนยันการกลับขึ้นไปเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1,300 จุด, TRUE-JAS เด้งบวกรับข่าวดี กทค.ยืนยันทั้งสองรายจ่ายประมูล 4G ทันแน่นอน ,SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 7.90 จุด (0.61%) ปิดภาคเช้าที่ 1,299.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 20,700.18 ลบ.S50H16 เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่บริเวณแนวต้าน 810 หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวที่บริเวณแนวรับ 790 กลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 814 ซึ่งเรายังคงคาดว่า แนวโน้มหลักยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 824-825 และมีแนวรับที่ 805 และ 800 เป็นแนวรับสำคัญ,ด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ทางบลจ.กรุงไทยได้มีการหยุดการลงทุนหุ้น CPALL ไปแล้วตั้งแต่มีประเด็นความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของบริษัทเกิดขึ้น หลังจากนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบจากการอาศัยข้อมูลภายในการซื้อหุ้น MAKRO โดยทางนางชวินดา ในฐานะที่เป็นกรรมการสมาคมบริษัทจัดการลงทุน จะสอบถามกับทางนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน อีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องการหยุดลงทุนในหุ้น CPALL และหุ้นอื่นในเครือ CP ซึ่งในเร็วๆนี้จะมีการประชุมสมาคมบริษัทจัดการลงทุนคาดว่าจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าวสำหรับโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดไชน่านั้น บริษัทได้เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2557 ที่บริษัทพุ่งเป้าไปที่ประเทศเมียนมาร์, กัมพูชา, ลาว, โดยปัจจุบันมีเมียนมาร์เป็นตลาดหลัก ส่วนประเทศกัมพูชาเป็นตลาดที่น่าสนใจที่มียอดขายเติบโตที่สุดในปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายยอดขายต่างประเทศแตะ 1 พันล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้น MONO ปรับตัวขึ้นคาดว่ามาจากประเด็นที่บริษัทระบุว่าผลการดำเนินงานปี 59 จะสามารถพลิกกำไรได้แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะมีภาระหนี้สูงขึ้น แต่ก็น่าจะสามารถบริหารจัดการได้แม้ว่าบริษัทจะมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นในระยะ 3 ปีข้างหน้าก็ตาม อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าอยู่ที่ระดับ 8% และอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 55% หรืออัตราส่วนเงินกู้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.2 เท่าในช่วงปี 2558-2561ก่อนหน้านี้ ผอ.IMF กล่าวที่มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ว่า การขยายตัวที่ชะลอลงของจีนในระยะใกล้นั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการค้าและความต้องการที่ลดลงสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ในระยะยาว การปรับสมดุลของจีนจากการลงทุนไปสู่การบริการและภาคบริโภคภายในประเทศนั้น จะนำไปสู่การขยายตัวที่ยั่งยืนมากขึ้น และจะส่งผลดีต่อทั้งจีนและทั่วโลกด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ทางบลจ.กรุงไทยได้มีการหยุดการลงทุนหุ้น CPALL ไปแล้วตั้งแต่มีประเด็นความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของบริษัทเกิดขึ้น หลังจากนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบจากการอาศัยข้อมูลภายในการซื้อหุ้น MAKRO โดยทางนางชวินดา ในฐานะที่เป็นกรรมการสมาคมบริษัทจัดการลงทุน จะสอบถามกับทางนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน อีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องการหยุดลงทุนในหุ้น CPALL และหุ้นอื่นในเครือ CP ซึ่งในเร็วๆนี้จะมีการประชุมสมาคมบริษัทจัดการลงทุนคาดว่าจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าวส่วนหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และหุ้นยูเอส บังคอร์ป ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1.7%,หุ้นกลุ่มขนส่งดีดตัวขึ้น โดยหุ้นไรเดอร์ ซิสเต็มส์ พุ่งขึ้น 9.2% ส่วนหุ้นเรลโรดส์ ยูเนียน แปซิฟิก และหุ้นแคนซัส ซิตี้ เซาท์เทิร์น ปรับตัวขึ้นกว่า 4.5%,สำหรับตลาดต่างประเทศถือว่ามีสัญญาณการเติบโตที่ดี โดยญี่ปุ่นเป็นลูกค้าหลักของบริษัทซึ่งปัจจุบันบริษัทยังคงได้รับออเดอร์จากลูกค้าญี่ปุ่นอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกันนี้บริษัทจะขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ พร้อมการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างยอดการขายเฟอร์นิเจอร์ให้เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมีสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าต่างประเทศ 57% ภายในประเทศ 43% โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นญี่ปุ่นคิดเป็นสัดส่วนกว่า 48% ของรายได้จากการส่งออก、บอล พรีเมียร์、รวมกำไรทั้งหมด 162 ล้านบาท นำมาคำนวณ EPS ได้ 0.067 สตางค์ ให้ค่า PE เพียง 15 เท่า จะได้มูลค่าเหมาะสมถึง 1 บาท หรือให้ upside ไม่น้อยกว่า 40% เลย มองอย่างนี้ เด็กแนวว่านี่คือจุดน่าเล่น RICH นั่นเอง พร้อมกันนั้น บริษัทวางแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในช่วงปลายปีนี้ มูลค่าไม่เกิน 2 พันล้านบาท โดยจะนำโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าประเภทโรงแรมทั้งของ PF และบมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ (GRAND) ขายให้เป็นสินทรัพย์ของกอง REITน.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ผู้ใช้งานในระบบ 2G บนคลื่นความถี่ 900 MHz เดิมซึ่งอยู่ในช่วงมาตรการเยียวยาจะใช้งานได้ถึงเมื่อใด และต้องเตรียมการรับมืออย่างไร จะมีการขยายระยะเวลาเยียวยาออกไปอีกหรือไม่。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.